บ้านดวงจันทน์ 2
มกราคม 23, 2019, 03:18:59 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนไปแก่งเสือเต้น-ภูลังกา 22-25 กพ. 56  (อ่าน 15229 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 05:32:19 PM »

ชวนไปแก่งเสือเต้น-ภูลังกา 22-25 กพ. 56
ล้อหมุนค่ำวันศุกร์ 22 23 24 25 กุมภา 56

เราจะออกไปดูป่าสักทองผืนใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ที่อุทยานแม่ยม อ.สอง เมืองแพร่
ก่อนที่พวกบ้าไฟฟ้า บ้าใช้พลังงาน จะทำเป็นเขื่อน ป่าสักก็จะถูกตัดราบเป็นหน้ากอง

เราจะนอนที่แก่งเสือเต้น (จากกทม. 620 กม.)คืนหนึ่ง (มีห้องน้ำสะอาด)
สายๆเก็บข้าวของไปนอนที่ลูลังกาที่ถัดออกไปอีก 145 กม.(มีห้องน้ำสะอาด เย็นถึงขั้วหัวใจ)
เช้าตรูเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น สายๆเราเดินทางกลับ แวะเที่ยวตามรายทาง

ก็ประมาณนี้ครับ ทุกท่านต้องเตรียมเต้นท์ ถุงนอน ยาทากันแมลง ไฟฉาย
ส่วนเครื่องครัว ลุงหมื่นจะเตรียมการไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 08:03:02 PM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
pukaotong
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 151



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 10:42:19 PM »


                     ขอบคุณครับลุงกาจ  ชาวคณะที่ตอบตกลงและเตรียมแพ็่คกระเป๋า มี ป้าจันทร์ ลุงแซน หนูเนาว์

                    ขอเชิญชวนมิตรสหายที่สนใจนะครับ  ประมาณห้า หกปีแล้วนะครับ ที่คณะเราไปภูลังกา  อยาก

                    กลับไปหวนอดีตอีกครั้งหนึ่ง

                                         

                     ใครอยู่ในรูปเตรียมแพ็คกระเป๋าได้แล้วครับ

                       

                           
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 10:46:47 PM โดย pukaotong » บันทึกการเข้า
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:45:18 PM »



โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2516 แต่ถูกผลักดันอย่างจริงจังในปี 2532 และรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้อนุมัติงบสร้างแล้ว จากเหตุผลที่ว่าป่าไม้ในบริเวณดังกล่าวเสื่อมโทรมเพราะการสัมปทานป่าไม้ถึง 2 ครั้ง และชาวบ้านสะเอียบก็คัดค้านการสร้างเขื่อน โดยเสนอทางเลือกให้รัฐบริหารการจัดการน้ำด้วยการสร้างเขื่อนขนาดเล็กตามลำน้ำสาขาแทนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่แก่งเสือเต้น เพราะว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริง อีกทั้งพบว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าสักทองสภาพสมบูรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย และในปี 2538 รัฐบาลก็อนุมัติงบสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นอีกครั้ง แต่ด้วยแรงคัดค้านของชาวบ้านปัจจุบันก็ยังคงไม่สามารถสร้างเขื่อนได้

นับเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานของคนในพื้นที่ และสามารถยืนหยัด มุ่งมั่นที่จะรักษาผืนป่าซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศ ที่เป็นของคนไทยทุกคน

หากเขื่อนแก่งเสือเต้นสร้างสำเร็จจริง ป่าทั้งหมดประมาณ 2 แสนไร่ และชาวสะเอียบกว่า 1,000 คน จาก 4 หมู่บ้าน คือ บ้านดอนชัย หมู่ 1, บ้านดอนชัยสักทอง หมู่ 9, บ้านแก้วหมู่ 6 และบ้านแม่เต้น หมู่ 5 ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จะถูกน้ำท่วมทั้งหมด และถึงแม้จะเปลี่ยนเป็นเขื่อนยมบน-ยมล่าง เพื่อไม่ให้หมู่บ้านโดนน้ำท่วมแล้ว ชาวบ้านก็ยังคงไม่เอา เพราะป่าทั้งหมดก็จะถูกน้ำท่วมเหมือนเดิม

ชาวสะเอียบต่อสู้คัดค้านการสร้างเขื่อนมาตลอดอย่างไม่ลดละ และสามารถทานอำนาจรัฐมาได้ถึง 23 ปี จนถึงวันนี้ เขื่อนแก่งเสือเต้นก็ยังเป็นโครงการที่รัฐบาลต้องการอยู่ ในขณะที่ชาวสะเอียบก็ขัดขวางการก่อสร้างทุกวิถีทาง

ดังนั้นเมื่อรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยิบโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

สำนักข่าวไทยพับลิก้าได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลกระบวนการต่อสู้อะไรคือพลังของชาวบ้านที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ขอคุณข้อมูลและภาพจากสำนักข่าวไทยพับลิก้า
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:50:37 PM »



นายเส็ง ขวัญยืน กำนันตำบลสะเอียบ

นายเส็ง ขวัญยืน กำนันตำบลสะเอียบ เล่าว่า สิ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชาวสะเอียบคือ

1. เป็นสังคมแบบเครือญาติ สายเลือดเดียวกันหมด ไม่ค่อยมีเขย สะใภ้จากต่างถิ่น มีนามสกุลใหญ่เพียง 2-3 นามสกุล

2. ผู้นำชุมชนทุกๆ รุ่นเกิดที่นี่ ทำให้เกิดความรักความผูกผันต่อถิ่นฐานบ้านเกิด

3. ผู้นำมีความซื่อสัตย์ 4. กฎ กติกา ของชุมชน หมู่บ้าน ที่เข้มงวด

ชาวสะเอียบไม่ใช่ชุมชนเกิดใหม่ แต่ตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้มากว่า 200 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งใดๆ ต่อกัน รักและผูกผันกันแบบพี่น้อง รักถิ่นฐานบ้านเกิด มีความสามัคคีกันมาโดยตลอด ไม่เคยมีกลุ่มทุนจากภายนอกเข้ามาหาผลประโยชน์เลย

แต่พอจะมีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นก็เริ่มมีคนเข้ามาตัดไม้ในป่าทันที สิ่งแรกที่ชาวบ้านทำได้ในตอนนั้นคือการปิดป่า ตั้งด่านร่วมกับทหาร และไปเฝ้าด่านกับทหารทุกคืน ซึ่งตอนนั้นมีชาวบ้านที่เป็นหัวแรง 3-4 คน เท่านั้น แต่พอนานวันเข้าก็เริ่มมีชาวบ้านมาผลัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้าด่านแทน

จากการรวมตัวกันคัดค้านของแกนนำไม่กี่คน ก็ขยายวงกว้างสู่ชาวบ้านคนอื่นๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน เริ่มจากหมู่ 1 กับหมู่ 9 เป็นหลักก่อน ต่อมาหมู่ 5 และหมู่ 6 ก็มาร่วมคัดค้านด้วย เกิดเป็นความเข้มแข็งระหว่างหมู่บ้านขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ผู้นำในชุมชนก็มีหลายระดับ หลายกลุ่มองค์กร ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และกลุ่มผู้นำที่ชาวบ้านจัดตั้งขึ้น เช่น คณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านก็ไว้ใจผู้นำที่เขาเลือกมา

ดังนั้น ความซื่อสัตย์ ความจริงใจของผู้นำ และการยึดถือตามระเบียบกฎเกณฑ์ชุมชนจึงสำคัญ

กฎ ระเบียบ กติกา ของชุมชนนี้มาจากการประชุมตกลงร่วมกันของชุมชน และเขียนออกมาเป็นกฎบังคับใช้กับทุกคนในหมูบ้าน เช่น

กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ตั้งขึ้นในปี 2534 เพื่อให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ป่า มีกฎว่า

1. ห้ามค้าขายไม้และชักนำพ่อค้านายทุนเข้ามาหาประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ในชุมชน

2. ห้ามบุกรุกแผ้วถางป่าทำไร่เลื่อนลอย หากฝ่าฝืนปรับ 5,000 บาท และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

3. ห้ามซื้อขายไม้ทุกชนิด รวมถึงไม้บ้านเรือนเก่า แม้ว่าเจ้าของบ้านจะรื้อออกนอกชุมชนก็ไม่ได้ ให้ขายคืนชุมชน

นอกจากนี้ก็มีการทำโฉนดชุมชนให้ชาวบ้านทุกคน โดยการปักหมุดเขตที่จีพีเอส เพื่อป้องกันการบุกรุกป่า เพื่อป้องกันการซื้อขายที่ดินให้นายทุน และสร้างการรับรู้เรื่องการขาดที่ดินทำกินของคนชุมชน แต่เป็นเพียงการสร้างความรับรู้กับเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการเท่านั้น ไม่มีผลทางนโยบายเพราะผิดกฎหมาย เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติที่ประกาศเมื่อปี 2529
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2013, 11:38:03 PM »

ป่าสักทองธรรมชาติผืนสุดท้ายของไทย

พื้นที่อ่างเก็บน้ำของโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น จะกระทบต่อผืนป่าสักทองธรรมชาติผืนสุดท้ายของประเทศไทย
ซึ่งมีไม้สักทองขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น กว่า 40,000 ไร่ ริมแม่น้ำยม ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม  จ.แพร่
โดยกรมชลประทานอ้างว่าพื้นที่ที่จะเป็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งเสือเต้น ไม่มีสภาพป่าแล้ว

ขณะที่ชาวบ้านตำบลสะเอียบต้องเชิญชวนสื่อมวลชนไปพิสูจน์สภาพป่าสักทองเป็นประจำทุกปี
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2013, 11:38:29 PM »

เหตุผลที่ไม่ควรสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น
อุทยานแห่งชาติแม่ยม ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่

ทำไมต้องเขื่อนแก่งเสือเต้น ทุกฤดูแล้ง ทุกฤดูฝน ชาวบ้าน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ต้องออกมาต่อต้าน คัดค้าน โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นมานานนับสิบปี เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่รัฐบาล และกรมชลประทาน ได้โอกาสในการผลักดันโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น โดยอ้างว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมได้ ทั้งที่มีผลการศึกษาจากหลายหน่วยงานได้ข้อสรุปแล้วว่า โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมได้ อาทิ

1. ผลการศึกษาของ องค์การอาหารและการเกษตรโลก (FAO.) ด้วยเหตุผลเรื่องการป้องกันน้ำท่วม เขื่อนแก่งเสือเต้น สามารถ เยียวยาปัญหาน้ำท่วมได้ เพียง 8 เปอร์เซ็นต์

2. ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย (TDRI.) ด้วยเหตุผลทาง เศรษฐศาสตร์ ได้ข้อสรุปว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นไม่คุ้มทุน

3. ผลการศึกษาของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้วยเหตุผลทางนิเวศวิทยา ที่มีข้อสรุปว่าหากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะกระทบต่อระบบนิเวศน์ของอุทยานแห่งชาติแม่ยมเป็นอย่างมาก หากเก็บผืนป่าที่จะถูกน้ำท่วมไว้จะมีมูลค่าต่อระบบนิเวศน์ และชุมชนอย่างมาก

4. การศึกษาของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเหตุผลทางด้าน ป่าไม้ สัตว์ป่า ที่มีข้อสรุปว่า พื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เป็นทั้งอุทยานแห่งชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งป่าสักทองธรรมชาติ ผืนเดียวที่เหลืออยู่ ดังนั้น ควรเก็บรักษาไว้ เพื่ออนาคตของประชาชนไทยทั้งประเทศ

5. ผลการศึกษาของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ด้วยเหตุผลในการจัดการน้ำ ยังมีทางออก และทางเลือกอื่น ๆ อีกหลายวิธีการ ที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

6. ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เสนอ 19 แผนงานการจัดการน้ำแบบบูรณาการ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม ได้อย่างเป็นระบบทั้งลุ่มน้ำยม โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

7. ผลการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณี ได้ชี้ชักว่า บริเวณที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ตั้งอยู่แนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก คือ รอยเลื่อนแพร่ ซึ่งยังมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเสี่ยงอย่างมากที่จะสร้างเขื่อนใกล้กับรอยเลื่อนของเปลือกโลก เสมือนหนึ่งเป็นการวางระเบิดบนหลังคาบ้านของคนเมืองแพร่

8. ผลการศึกษาของโครงการพัฒนายุทธศาสตร์ทางเลือกนโยบายการจัดการลุ่มน้ำยม (SEA) ชี้ให้เห็นว่ามีทางเลือกมากมายในการจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำยม โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เช่น การทำทางเบี่ยงน้ำเลี่ยงเมือง การทำแก้มลิง การพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2013, 11:41:01 PM »

แนวทางในการแก้ไขปัญหา ภัยแล้ง น้ำท่วม ลุ่มน้ำยม โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

การจัดการน้ำแบบบูรณาการ ลุ่มน้ำยมทั้งระบบ ได้มีการศึกษาและวางแผนโดยกรมทรัพยากรน้ำกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้ผลสรุปออกมาแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ก็สามารถบริหารจัดการน้ำได้ ซึ่งในแผนนี้ใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเสียอีก แต่ระบบราชการไทย ถือประเพณีไม่ขัดขวางผลประโยชน์ของหน่วยงานราชการด้วยกัน แผนการจัดการลุ่มน้ำยมทั้งระบบของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงไม่ได้ดำเนินการให้เป็นจริง การจัดการโดยใช้แนวทางทางภูมินิเวศวิทยา การจัดการน้ำแบบใหม่ และการพัฒนาที่ยั่งยืน มองภาพรวมการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำทั้งระบบ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ลุ่มน้ำยมได้ แต่ทำไมไม่เลือก

1. การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การฟื้นฟูป่าไม้ การอนุรักษ์ป่า การปลูกป่าเสริม การปกป้อง พิทักษ์ รักษา และการจัดการป่า โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม นับเป็นแนวทางหนึ่งที่จะฟื้นฟูเสถียรภาพของระบบนิเวศน์ ให้กลับคืนมาสู่สมดุล อย่างยั่งยืน

2. การขุดลอกตะกอนแม่น้ำ อันจะสามารถฟื้นฟูแม่น้ำให้กลับมาทำหน้าที่แม่น้ำตามธรรมชาติได้ การทำทางเบี่ยงน้ำเพื่อระบายออกนอกเขตชุมชน การสร้างเครือข่ายทางน้ำเพื่อกระจายน้ำไปยังนอกเขตชุมชน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว หากแต่บางจังหวัด บางพื้นที่ที่ยังติดขัดเรื่องงบประมาณในการดำเนินการ เพราะผู้แทนราษฎรในพื้นที่นั้นๆ ไม่มีศักยภาพในการดึงงบประมาณมาดำเนินการ ตรงข้ามกับพื้นที่ที่มีผู้แทนราษฎร มีรัฐมนตรี การดำเนินการแล้วเสร็จลุล่วงไปหลายโครงการ แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมได้ เพราะโครงการต่างๆ ยังไม่ครบตามแผนที่วางไว้ทั้งระบบ

3. การฟื้นฟูที่ราบลุ่มแม่น้ำยม การขุดลอกคูคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำกับห้วยหนองคลองบึง  การยกถนนให้สูงขึ้น หรือเจาะถนนไม่ให้กีดขวางทางน้ำ การสร้างบ้านเรือนให้อย่างน้อยชั้นล่างสุดต้องสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุด

4. การแนะนำให้เกษตรกรการปลูกพืชอายุสั้น พันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การกำหนดให้เป็นเขตเสี่ยงภัยจากน้ำท่วม การหยุดยั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ขวางทางน้ำในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำยม

5. การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้เหมาะสม เช่น เป็นที่ท่องเที่ยว เป็นแหล่งประมง เขตอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ ยังสามารถป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ทางตอนล่างลงมาตลอดจนถึงกรุงเทพฯ ได้ เนื่องจากที่ราบลุ่มแม่น้ำยมเป็นที่พักน้ำ ที่สามารถพักน้ำไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกันถึง 500-1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณมากกว่าความจุของโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเสียอีก

6. การซ่อมบำรุง ปรับปรุงระบบชลประทานที่มีอยู่แล้ว ปัจจุบันลุ่มแม่น้ำยมมีระบบชลประทานขนาดใหญ่ และขนาดกลาง 24 แห่ง ระบบชลประทานขนาดเล็ก 220 แห่ง บ่อน้ำตื้น 240 บ่อ และระบบสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าของกรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงาน 26 แห่ง รวมพื้นที่ชลประทาน 1,117,465 ไร่ ระบบชลประทานเหล่านี้ล้วนแต่มีประสิทธิภาพต่ำ กล่าวคือ ประสิทธิภาพเฉลี่ยระบบชลประทานของกรมชลประทานมีเพียง 35% ส่วนระบบสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้ามีประสิทธิภาพเฉลี่ย 57% ขณะที่ประสิทธิภาพระบบชลประทานทั่วโลกเฉลี่ย 64% การจัดการด้วย DSM โดยการซ่อมบำรุงระบบชลประทานที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนให้เกิดกลุ่มผู้ใช้น้ำ การให้ความรู้แก่ผู้ใช้น้ำจะสามารถทำให้เหลือน้ำจำนวนมาก เฉพาะระบบของกรมชลประทานถ้าใช้ระบบ DSM จะเหลือน้ำถึง 101 ล้านลูกบาศก์เมตร เทียบเท่ากับปริมาณในการอุปโภคบริโภคของคนในลุ่มแม่น้ำยมถึง 7.6 ล้านคน

7. การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในลุ่มแม่น้ำยม สามารถดำเนินการได้โดยการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กตามที่มีรายละเอียดในแผนการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งจัดทำโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยแผนดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำได้โดยใช้งบประมาณเฉลี่ยแล้วหมู่บ้านละประมาณ 3 ล้านบาทเท่านั้น

8. การพัฒนาระบบประปา การขาดแคลนน้ำในเมืองใหญ่ ๆ โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่ความต้องการน้ำมีสูง ไม่ได้เกิดจาก การขาดน้ำดิบเท่านั้น แต่เกิดจากระบบการผลิตน้ำประปาของการประปาภูมิภาคไม่เพียงพอ ตัวอย่างเช่น เมืองสุโขทัยขาดแคลนน้ำประปาในฤดูแล้ง เพราะระบบการผลิตน้ำประปามีความสามารถในการผลิตน้ำประปาเพียง 60 % ของความต้องการน้ำประปาสูงสุดในฤดูแล้ง การขยายระบบการผลิตน้ำประปาจะสามารถช่วยในการขาดแคลนน้ำอุปโภค–บริโภค ในเมืองใหญ่ได้ อย่างไรก็ตามการรณรงค์ให้มีการประหยัดน้ำในฤดูแล้งก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น

ทางเลือกในการจัดการน้ำที่ดำเนินการศึกษาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก เสนอโครงการแก้ไขปัญหาภัยน้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จ 19 แบบ คือ 1.ปลูกป่าป้องกันน้ำท่วม 2. เกษตรแนวระดับป้องกันน้ำท่วม 3.อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน 4.ป้องกันไฟและแนวซับน้ำ 5.พื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมบนที่สูง 6.คลองเฉลิมพระเกียรติป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน 7.ชลประทานแนวระดับป้องกันน้ำท่วม 8.ศูนย์อพยพเพื่อบรรเทาภัยน้ำท่วมหมู่บ้าน 9.ตุ่มน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม 10.ถนนเฉลิมพระเกียรติป้องกันน้ำท่วม 11.สะพานและทางระบายน้ำเฉลิมพระเกียรติ 12.อ่างเก็บน้ำหน้าเมืองเพื่อป้องกันน้ำท่วม 13.แนวคันดินป้องกันเมืองเพื่อป้องกันน้ำท่วม 14.พื้นที่กักเก็บน้ำชั่วคราวป้องกันน้ำท่วม 15.ฝายพิเศษป้องภัยน้ำท่วม 16.ระบบเตือนภัยธรรมชาติสู่ภูมิภาค 17.โครงการศึกษาเพื่อการป้องภัยธรรมชาติ 18.ความร่วมมือกองทัพบกในการขุดคลอง คู อ่างเก็บน้ำ แนวคันดิน 19.ความร่วมมือตำรวจตระเวนชายแดน ให้ความรู้แก่ประชาชน

บทสรุป
ยุคสมัยของการหากินกับโครงการขนาดใหญ่ได้สิ้นสุดลงแล้ว เราไม่มีป่าธรรมชาติมากพอที่จะให้ทำลายอีกต่อไป รัฐบาลใดใดที่เข้ามาบริหารชาติบ้านเมือง ต้อง หยุด ทำลายป่า หยุด ทำลายชุมชน หยุด อ้างเพื่อประชาชน หยุด ผลาญเงินประเทศชาติ หยุดหากินกับโครงการขนาดใหญ่ หยุด เขื่อนแก่งเสือเต้นไผกึ๊ดสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จงฉิบหายวายวอด เจ็ดชั่วโคตร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2013, 11:44:46 PM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2013, 11:47:07 PM »

หยุด เขื่อนแก่งเสือเต้นไผกึ๊ดสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จงฉิบหายวายวอด เจ็ดชั่วโคตร

กึ๊ด เป็นคำเมือง (ภาษาลานนา) มีความหมายว่า คิด
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 09:26:29 AM »

กลับถึง กทม. เมื่อคืน
ผ่านหนาว เข้าเขตร้อน
ร่างกาย งง ปรับตัวกันใหญ่

อากาศบนดอยเย็นสบายจริงๆ
มีภาพมาฝากอย่างจุใจ
 ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 10:15:17 AM »



(แก่งเสือเต้นยามบ่ายอากาศช่างร้อนแรงยิ่งนัก เหมือนไฟที่ระอุจากหัวอกคนสองฝากฝั่งน้ำแม่ยม)

ออกจากกทม. ห้าทุ่ม ด้วยอาการโหยหาป่าเขาลุงหมื่นขับรวดเดียวถึงนครสวรรค์
ไปย่ำรุงที่จุดพักกลางทาง อุตรดิตถ์-เด่นชัย
พวกเราก็แวะต้มกาแฟ โต้ลมหนาว ที่ต้องรีบสวมเสื้อกันหนาวกันจ้าละหวั่น
และมาแจ้งจางปางกันอีกทีที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง  ถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ จังหวัดแพร่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 02, 2013, 12:39:57 AM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 10:24:52 AM »





พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ
พระธาตุช่อแฮ มาจาก
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และประดับบูชาด้วยผ้าแพร






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 01:26:21 PM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 10:25:41 AM »





เราเดินขึ้นทางบันใดนาค ทางด้านซ้ายขององค์พระธาตุจะมีพระวิหารที่ภายในตกแต่งสีแสงด้วยเทิคนิกไม่ธรรมดา
ขับสีผิวพระพุทธรูปให้งดงามยิ่งนัก เสียดายที่ไม่ถามประวัติองค์นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 02:08:12 PM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 01:43:52 PM »



แดดอ่อนแรงลง ลุงแซนด์ เลือกปักหลักกางเต้นท์...เฮฮา ที่นี่
ทำเลดี หน้าห้องอาบน้ำ และโรงอาหารสร้างด้วยไม้สักเก่าแก่
เพราะที่นี่ สี่ทุ่มเจ้าหน้าจะปิดเครื่องปั่นไฟ






ช่วงนี้เป็นปลายฤดูท่องเที่ยวป่า นักท่องเที่ยวเบาบาง เหมือนเราเป็นเจ้าของแก่ง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ส่วนรอยเสือเดินทวนน้ำไปประมาณ 500 เมตร เราส่งหน่วยกล้าตายไปสำรวจ 2 นาย
ประกอบด้วย นกต.หุ่น และรอง นกต.แซนด์ ผล...ปฏิบัติการล้มเหลว
ต้องฉุด นกต.หุ่น ออกจากกองทัพมด ที่ยึดดงไฝ่ทำเป็นพื้นที่ปลอด ปลอด.
ฝากไว้ก่อน รอยเสือ
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 02:41:18 PM »

กิจกรรมเฮฮา...ต้องรอชมภาพจากกล้องลุงหมื่นนะครับ

กล้องตัวนี้ขอตัดมาตอนเช้าของวันที่ 23/02/2556
ผมกะลุงหมื่นตื่นนอนเช้ามืด
หลังจากนอนดูดาวที่เบ่งเปล่งแสงเหนือดวงจันทร์วันขึ้น ๑๔ ค่ำ

ก็ได้เรียกหามือบดกาแฟสั่งตรงมาจากคลองตัน และเมืองกาญจน์
ที่สำเร็จวิชานอนเต้นท์หมาดๆ ...





สามเต้นท์นี้  นายกล้ามาก นอนตลิ่งน้ำแม่ยม



แก่งยามเช้า มีหมอกให้เห็นบ้าง

บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 02:49:52 PM »



น้ำยมยามพยศ ปลอดเอ๋ย ธรรมชาติในจักรวาลยิ่งใหญ่กว่าคนเสมอ...





แม่เจ้า...อ่อนโยนงามแท้แด่ผู้เยือนถิ่น สองภาพหนึ่งอารมณ์ ยามเช้าแดดอ่อนต้องตลิ่ง



สายน้ำยามคนยลเอียงแกน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2013, 03:40:34 PM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2011, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!