บ้านดวงจันทน์ 2
ธันวาคม 10, 2018, 04:59:39 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องกล้วยๆๆๆ...สมุนไพรรักษาโรค  (อ่าน 7062 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 11 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:18:51 PM »

กล้วยน้ำว้า สมุนไพรรักษาโรคกระเพาะ

วรางคณา เตียงพิทักษ์


กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ใกล้ชิดคนไทยที่สุด เด็กไทยสมัยก่อนโตมากับกล้วยน้ำว้ากันทั้งนั้น นอกจาก ข้าวสุกบดแล้ว ก็มีกล้วยน้ำว้าเป็นเหมือนอาหารเสริมประจำที่ไม่ต้องซื้อหาเพราะทุกครัวเรือนมีกล้วยปลูกไว้สำหรับเป็นผลไม้ เป็นอาหารและสารพัดขนมกินกันได้ตลอดทั้งปี
       
กล้วยน้ำว้าใช้ทำยาได้ทั้งดิบและสุก กล้วยดิบมีสารฝาดสมานชื่อแทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก เปลือกยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้วยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่าย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วย แก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วย ตามธรรมดาคนไข้มักสูญเสียธาตุโพแทสเซียมในเวลาท้องร่วง การกล้วยห่ามจึงเป็นการชดเชยธาตุโพแทสเซียมที่เสียไป เพราะถ้าร่างกายสูญเสียธาตุโพแทสเซียมไปมากๆ ขณะท้องร่วง จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติในคนชราอาจทำให้หัวใจวายตายได้ ยิ่งไปกว่านั้นกล้วยที่เริ่มสุกจะมีสารเซโรโทนินอยู่มาก ช่วยออกฤทธิ์ กระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
       
วิธีการกินกล้วยเป็นยาก็ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อกินเป็นยาแก้โรคกระเพาะ ควรนำกล้วยดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วอบให้แห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ห้ามใช้ความร้อนสูงกว่านี้เด็ดขาด เพราะสารในกล้วยมีฤทธิ์รักษาโรคกระเพาะนั้นจะสูญเสียไปหรือหมดฤทธิ์ไปเลยก็ได้ ถ้าโดนความร้อนสูงมากเกินไป กล้วยดิบที่ผ่านการอบอุณหภูมิต่ำแล้ว ให้นำมาบดเป็นผง กินครั้งละ 1 ช้อนชา จะผสมกับน้ำผึ้งหรือไม่ก็ได้ กิน 3 ครั้งก่อนอาหาร กล้วยดิบๆมีฤทธิ์ทั้งป้องกันและรักษาโรคกระเพาะ ส่วนยาแผนปัจจุบันทุกขนานที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารนั้นมีฤทธิ์เพียงป้องกันแต่ไม่ช่วบรักษา กล้วยจึงเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่มีราคาถูกที่สุด และหาง่ายที่สุด
       
ส่วยกล้วยน้ำว้าสุกนั้นกลับมีสรรพคุณ ตรงกันข้ามกับกล้วยดิบ คือกล้วยสุกกลับเป็นยาระบายแก้ท้องผูก เพราะมีสาร เพ็กติน อยู่มาก ช่วยเพิ่มกากในลำไส้ กล้วยที่สุกงอมมากๆจะมีฤทธิ์ระบายสูง เพราะมีสารเพ็กติน มากขึ้นนั่นเอง ฤทธิ์ระบายของกล้วยน้ำว้าสุกไม่รุนแรงมากต้องกินเป็นประจำวันละ 5-6 ลูก จึงจะเห็นผล อุจจาระที่ออกมาเป็นสีเหลือง ไม่มีกลิ่นเหม็น การกินกล้วยสุกก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียด นานๆ เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแป้งอยู่ถึง 20 -25 % ของเนื้อกล้วย จึงสามารถนำมาเป็นอาหารเสริมให้เด็กเล็กได้ ตามปกติ กระเพาะมีเอนไซม์ย่อยแป้งน้อย การเคี้ยวกล้วยให้แหลกละเอียดจะช่วยแป้งได้มากก่อนกลืนลงกระเพาะ หากกินกล้วยโดยเคี้ยวหยาบๆ จะทำให้ท้องอืด จุกแน่น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ควรเริ่มให้กินกล้วยสุกเมื่อเด็กเริ่มกินข้าวบดได้ อายุราว 3 เดือน โดยขูดเนื้อกล้วยสุก ( ไม่เอาไส้กล้วยเพราะจะทำให้เด็กท้องผูก ) ให้กินคราวละน้อยๆ ไม่ควรเกินครึ่งช้อนชา วันละครั้ง เพราะเด็กยังมีน้ำย่อยแป้งไม่พออาจเกิดอาการท้องอืดได้ เด็กอายุครบขวบกินกล้วยครั้งละ 1 ลูก วันละครั้งก็พอ
       
 นอกจากนี้ เด็กที่มีผิวหนังเป็นตุ่มคันจากยุงกัด มดกัด หรือเป็นผื่นคันเนื่องจากลมพิษ สามารถใช้เปลือกกล้วยน้ำว้าสุกด้านใน ทาถูบริเวณนั้นสักครึ่งนาที รับรองว่าอาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง
       
นี่เป็นเคล็ดลับภูมิปัญญาไทยที่ใช้กล้วยน้ำว้าเป็นยาสามัญประจำครัวเรือน กล้วยน้ำว้ามีประโยชน์มากมายมหาศาล นอกจากกล้วยที่เป็นผลไม้ อาหาร และสารพัดขนม ใบตองกล้วยยังใช้ทำกระทงใส่ข้าว ของคาว ของหวานแทนถ้วยชาม กาบกล้วยใช้ทำเชือก ซึ่งไม่เคยก่อปัญหาภาวะต่อสิ่งแวดล้อม คนไทยในยุคน้ำมันแพง น่าจะหันกลับมาสร้างค่านิยมปอกกล้วยเข้าปาก เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีในราคาประหยัด สุดคุ้มเหมือนในยุคปู่ย่า ตายายของเรา
บันทึกการเข้า
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:19:09 PM »



บรรดากล้วยทั้งหมดกล้วยน้ำว้าจะให้วิตามินสูงที่สุด ได้ทั้งแคลเซียม โปรตีนและกากใยอาหาร กินกล้วยทุกวัน อย่างน้อยวันละ1 ลูก เพื่อสุขภาพที่ดี

กล้วยสุกช่วยไม่ให้ท้องผูก ระบบขับถ่ายจะดี ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและเจ็บหน้าอก ที่มีอาการ ไอแห้งร่วมอยู่ด้วยได้ ให้กินวันละ 5-6 ลูก ถ้าท้องเสียให้กินกล้วยดิบ หรือกล้วยห่ามครั้งละครึ่งถึงหนึ่งลูก

คุณสมบัติพิเศษของกล้วยน้ำว้า

ถ้าต้องการ ไม่ให้มีกลิ่นปากและผิวพรรณดี ให้กินกล้วยน้ำว้า หลังตื่นนอนแล้วค่อยแปรงฟัน ทำอย่างนี้ 1 สัปดาห์ กลิ่นปากจะหายไปผิวพรรณก็ดีขึ้น

เป็นยาอายุวัฒนะโดยใช้กล้วยน้ำว้าสุกงอมปอกเปลือกแช่ในน้ำผึ้งอย่างน้อย 1 สัปดาห์ กินวันละ 1-2 ผล ทุกวัน

กล้วยน้ำว้านอกจากจะช่วยในเรื่องของผิวพรรณแล้ว ยังมีเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งมาบอกให้ทราบกันคือ เมื่อกินกล้วยน้ำว้าแล้วเปลือกอย่าทิ้งนะค่ะ นำมาขัดรองเท้าโดยเฉพาะรองเท้าหนังสีดำ หลังจากนั้นก็ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เช็ดออกรับรองค่ะว่ารองเท้ามันวาวแน่นอน

ต่อไปเรื่องของกล้วยคงจะไม่ใช่กล้วยๆ แล้วนะ กินก็ได้รักษาโรคก็ดี แถมทุกส่วนยังใช้ประโยชน์ได้ดีแม้กระทั่งเปลือกของมันค่ะ
บันทึกการเข้า
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:20:15 PM »

   Re: ความลับของกล้วย



ตอบ #2 เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2009, 09:15:04 »
 
๑.   แก้บิดมูกเลือด บำรุงโลหิต   ใช้น้ำคั้นจากหัวปลี

๒.   ขับพยาธิ  ใช้หยวกกล้วยเผาไฟ รับประทานขับพยาธิ

๓.   สูญเสียน้ำหลังการออกกำลังกายหรืออบตัว  รับประทาน กล้วย หอมสุกทดแทน เพราะมีโปแตสเซี่ยมมาก

๔.   ทาแก้ส้นเท้าแตก   เปลือกกล้วยหอมสุก เอาด้านในทาส้นเท้า แตก

๕.   แก้เบาหวาน  ใช้หัวปลีย่างไฟรับประทานเป็นประจำ

๖.   บำรุงน้ำนม  ทำแกงเลียงหัวปลีทานบ่อยๆ ช่วยเพิ่มน้ำหนักนม มารดา คลอดบุตรใหม่ๆ หรือจิ้มน้ำพริกกินบ่อยๆ

๗.   แก้ท้องผูกได้ชะงัด  ในกล้วยสุกจริงๆ ไม่ถึงกับดำ จะมีสาร เพ็คติน (Pectin) ซึ่งเป็นเส้นใยอ่อนนุ่ม สามารถกระตุ้นให้เกิดการ ขับถ่ายอย่างดี เพ็คติน จะช่วยเพิ่มกากอาหารในลำไส้ เมื่อกากอาหารมี มาก ก็จะไปดันผนังลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดถ่ายขึ้นมา

๘.   แก้ท้องเสีย  ใช้กล้วยดิบหั่นเป็นแว่นบางๆ ตากแดดให้แห้ง นำมา บดเป็นผง รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เมื่อมีอาการท้องเสีย กล้วย ดิบมีสารแทนนิน (Tanin) มากช่วยฝาดสมานลำไส้ ลดอาการท้องเสีย ได้ดี

๙.   แผลมีเลือดออก  ใช้ยางจากก้านใบ นำมาทาแผลสด ที่มีเลือด ไหล ทำให้เลือดหยุด แผลหายเร็ว

๑๐.  โรคกระเพาะ  ใช้ผงกล้วย ๑-๒ ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย พอ อุ่น แล้วดื่ม ก่อนอาหาร เช้า-เย็น

๑๑.  ถ่ายเป็นบิดมูกเลือด   ใช้น้ำคั้นจากหัวปลีดื่ม

๑๒.  แก้ผดผื่นคัน  ใช้ใบกล้วยต้มอาบ

๑๓.  แก้คอพอก  ใช้รากกล้วยน้ำว้า ตากแห้งบดเป็นผง ปั้นเป็นเม็ด เท่าเม็ดพุทรา กินครั้งละ ๓ เม็ดก่อนอาหาร เช้า-เย็น



อ้างอิงจาก สารศิลปยาไทย ฉบับที่ ๒๘ สมาคมผู้ประกอบโรคศิลปแผนไทย  เชียงใหม่
บันทึกการเข้า
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:21:23 PM »

จากป้าดวง....

หมอบ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยมาให้ความรู้แนะนำว่า
เอากล้วยสุก ปอกเปลือกแช่น้ำผึ้งแท้ ปิดผนึกไว้ให้ดี เก็บไว้ 1 เดือน นำมากินเป็นยาอายุวัฒนะได้ดีทีเดียว
ใครอยากเป็นสาวหรือหนุ่มสองพันปี ก็ลองทำตามหมอบ้านท่านนี้ดูนะค่ะ
หมอท่านนี้อายุ80กว่าแล้ว แต่ยังดูแข็งแรง เดินคล่องแคล่วไม่แพ้หนุ่ม ๆทีเดียว

.....................

มีเคล็ดลับเรื่องกล้วย ๆมาฝากจ้า.....
ครววนี้เป็ฯเรื่องกล้วยหอม
กล้วยหอมมีราคมแพงที่สุดในบรรดากล้วยด้วยกัน
สงสัยเอาไปทำเค็กกล้วยหอม   ก็เลยแพง

เวลากินเนื้อหมดแล้ว เปลือกมันยังมีประโยชน์สำหรับผู้ที่รักสวยรักงามนะเจ้าค่ะ
อย่าทิ้ง...เอาเปลือกมาถูกตามข้อข้อศอกที่ด้าน ๆ หรือ ส้นเท้าที่แตกระแหง
จะช่วยให้ผิวตรงนั้น อ่อนนุ่มขึ้น ถูแล้วก็ไปอาบน้ำล้างออก
ไม่ต้องไปพึ่งครีมทาผิวราคาแพง ๆ....ยี่ห้อไหนแค่นี้ก็สวยได้

..................................

วันนี้มีเรื่องกล้วย ๆมาฝากค่ะ
ในคอลัมน์ เคล็ดลับสู่การลดน้ำหนัก ของหนังสือสมุนไพร มีอยู่ตอนหนึ่งบอกว่า
ก่อนวันนั้นของเดือน ผู้หญิงจะกินเก่งขึ้น 25 % ไม่ใช่น้อย ๆนะค่ะ ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วควรเตรียมผักสดและผลไม้สดไว้กินเล่น โดยเฉพาะกล้วย เพราะกล้วยอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 จะช่วยให้อาการของวันนั้นของเดือนบรรเทาลงได้ เคมีบางตัวในกล้วยมีโครงสร้างคล้ายกับที่พบในช็อกโกแลต จะช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้น
เรื่องกล้วย ๆแค่นี้ ทำได้ไม่ยากใช่ไม๊ค่ะ
บันทึกการเข้า
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 09:22:01 PM »

duang  Re: เรื่องกล้วยๆๆๆ...สมุนไพรรักษาโรคกระเพาะ
« ตอบ #6 เมื่อ: 19 มีนาคม 2009, 10:17:04 »

วันนี้อากาศแจ่มใส เปิดฟ้ามา แดดเปรี้ยง ๆ เลย ไม่เหมือนเมื่อวานนี้ ฝนตกแต่เช้า
อากาศแปรปรวน เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย อย่างนี้ พืชผลจะไม่งงหรือเนี่ย ว่า นี่มันฤดูอะไรกันแน่

วันก่อนพบคนท้อง ครรภ์แก่แล้วประมาณ 8 เเดอน บ่นให้ฟังว่านอนไม่ค่อยหลับ จึงแนะนำไปว่า ก่อนนอนลองหากล้วยหอมมากินสักลูกซิ
เพราะเคยอ่านในตำราบอกว่า ในกล้วยหอมมีสารชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้หลับได้สบาย (แต่แอบกระซิบว่า อย่ากินเยอะนะ เดี๋ยวท้องอืด)

เมื่อวานโทรมาบอกว่า ได้ผลจริง ๆ เธอเอาไปปฏิบัติตามและก็ได้ผล หลับสบบาย ได้พักผ่อนเต็มที่ ตื่นขึ้นมาสดชื่น
ดีใจกับเธอด้วย.....นี่ก็เป็นเรื่องกล้วย ๆ
บันทึกการเข้า
duang
Hero Member
*****
กระทู้: 963



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 12:04:37 AM »

เมื่อวานนี้มีรุ่นน้อง ที่อยู่ รพ.เกษมราษฎร์ โทรมาคุยเรื่องสุขภาพ .....มีเรื่องหนึ่งที่น้องคนนี้บอกเคล็ดลับเรื่อง นอนไม่หลับ
น้องบอกว่า ง่ายนิดเดียว เอาขี้เหล็กผสมน้ำผึ้ง....กินก่อนนอน....ช่วยให้หลับสบายทั้งคืน

ใครมีปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับยาก...ลอกทำดูซิค่ะ....ง่ายนิดเดียว
อย่าเพิ่งตัดสินใจใช้ยานอนหลับเลย
ลองสมุนไพร ไทย ๆ ดูก่อน
บันทึกการเข้า

ซีรั่มบำรุงผิวเกรด เอ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม 081 440 7442 somsri12@gmail.com
ป้าสุขใจ
Full Member
***
กระทู้: 155



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 09:08:18 PM »

ขอบคุณแบบกล้วยๆเจ้าค่ะ
กะลังหมำ่กล้วยหอมอยู่พอดี เพิ่งรู้ว่าทำให้นอนหลับดี ที่บ้านต้องซื้อมาแขวนไว้ทุกวัน มิน่าลุงพริกกะน้องฝ้ายหัวถึงหมอน ก็กรนครอกๆ
และที่ดีสุดๆ คือเอามาทาเท้าช่วยเรื่องเท้าแตก ต้องลองซะแล้ว ยิ้มกว้างๆ
     
       มะนาว หนึ่งลูก นำมากำแล้วคลึงไปมา ช่วยให้มือนุ่มนวล น่าจูงไปไหนๆนะจ๊ะ
       
       กะวาน นำมาอม ช่วยไม่ให้เจ็บคอ ยิ่งถ้ากินปลาร้าปลาเจ่า กะปิ ให้อมกะวาน ทำให้ปากหอมสดชื่น ใครๆก็อยากอยู่ใกล้จ๊ะ
บันทึกการเข้า
duang
Hero Member
*****
กระทู้: 963



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 11:34:36 PM »

ป้าลองมาแล้ว เรื่องเอาเปลื่อกกล้วยหอมมาทาส้นเท้าที่แตก
ช่วยให้อ่อนนุ่มขค้นจริง ๆ

แต่ใช้เปลือกกล้วยก็พอนะค่ะ...
อันที่จริงทาได้ทั้งขาและมือ ...ไม่ใช่แค่ส้นเท้าเท่านั้น
เป็นสมุนไพรที่วิเศษสุดตัวหนึ่งทีเดียว
บันทึกการเข้า

ซีรั่มบำรุงผิวเกรด เอ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม 081 440 7442 somsri12@gmail.com
duang
Hero Member
*****
กระทู้: 963



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 10:33:10 AM »


สถาบันจิตวิทยาในออสเตรเลียได้ศึกษาและค้นพบว่า ถ้ากินกล้วยหอมสักเล็กน้อย ทุก ๆ 2 ชม. จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด
และลดการอยากกินอาหารจุกจิกได้ ผลที่ได้คือ การลดความอ้วน....ลองดู....ลองดู...ไม่ยากเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2010, 10:35:24 AM โดย duang » บันทึกการเข้า

ซีรั่มบำรุงผิวเกรด เอ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม 081 440 7442 somsri12@gmail.com
Mayom
Jr. Member
**
กระทู้: 80



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 10:50:01 AM »



  หนูอยากลดสัดส่วนเฉพาะที่น่ะค่ะ ป้าดวง 
   
     ไม่อยากลดน้ำหนัก เพราะเดี๋ยวจะบริจาคเลือดไม่ได้ ถ้าต่ำกว่า 45 กิโลกรัม  ทำไงดีคะ  ขยิบตา
บันทึกการเข้า

...แม้ในน้ำเน่า ก็ยังเห็นเงาจันทร์...
ความสุขอยู่ที่การเลือกเสพ ยิ้ม
duang
Hero Member
*****
กระทู้: 963



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 06:26:09 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
หนูมะยมค่ะ ถ้าอยากลดเฉพาะที่ จะเอาวิธีง่าย ๆ หรือยาก ๆเลือกเอานะ
ถ้าง่าย ๆ ก็ต้องใช้มีดเฉือนออก
แต่ถ้าไม่อยากเจ็บ และเสียเลือด ก็มีอีกวิธีที่ต้องใช้ความอดทนและพยายามให้สม่ำเสมอคือ ฝึกโยคะ...
รับรองลดสัดส่วนได้อย่างเห็นผลทันใจ

เรื่องฝึกโยคะนี่ ต้องขอคำแนะนำจากป้าสุขใจ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2010, 06:43:20 PM โดย duang » บันทึกการเข้า

ซีรั่มบำรุงผิวเกรด เอ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม 081 440 7442 somsri12@gmail.com
ลุงพริก
Sr. Member
****
กระทู้: 269



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:37:59 PM »

ป้าสุขใจฝากบอกมาว่า  ได้ค่ะ  เพราะมีตำราเพียบ  ทุกสัดส่วนมีท่าเฉพาะทั้งนั้น  กระซิบบอกทาง จมน ได้เลย
บันทึกการเข้า
duang
Hero Member
*****
กระทู้: 963



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2016, 01:36:55 AM »

เรื่องกล้วย ๆ. สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
เวลานี้มีผู้ศึกษา ค้นคว้า สมุนไพรชนิดหนึ่งของไทยเรา คือ อบเชย
สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดีมาก.  ได้นำมากลั่น. และทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทาน
พบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดี

ขอฝากสมุนไพรไทยเราตัวนี้ให้คนไทยได้รับประโยชน์กันทั่วหน้านะคะ
บันทึกการเข้า

ซีรั่มบำรุงผิวเกรด เอ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม 081 440 7442 somsri12@gmail.com
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1019



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2017, 05:17:14 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ ชมภาพป่าเขาลำเนาไพร ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2011, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!