บ้้านดวงจันทร์ 1
มีนาคม 24, 2019, 04:45:46 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:       
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 28   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Coffee Lover  (อ่าน 145437 ครั้ง)
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 08, 2009, 05:18:21 PM »

บ้านแม่กำปองเอง ยังเป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลในฐานะหมู่บ้านหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็ทำให้เกิดการพัฒนาการ
ท่องเที่ยวเชิงชุมชนในเวลาต่อมา

?หมู่บ้านของเรานั้น ได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ด้วยมีปัจจัยของความหลากหลายที่ครบ
ครัน ทั้งในแง่วิถีชีวิตของชุมชน และธรรมชาติที่งดงาม โดยสมาชิกหมู่บ้านกว่า 10 หลังคาเรือนได้ร่วมกันทำโครงการ
โฮมเสตย์ ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ได้รับความนิยมมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ?

พรมมินทร์ให้รายละเอียดว่า ทางกลุ่มสามารถขายผลผลิตให้กับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมายังหมู่บ้านแม่กำปองราวร้อยละ
สามสิบ จากปริมาณการผลิตทั้งหมดในปัจจุบัน  โดยส่วนเหลือนั้น  ก็จะส่งขายตามการสั่งซื้อของลูกค้า ทั้งที่เป็นร้าน
กาแฟ และผู้ที่นำไปจำหน่ายแบบปลีกจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ

หากใครผ่านมายังบ้านแม่กำปองในช่วงที่มีการคั่วเมล็ดกาแฟแล้วนั้น จะต้องได้กลิ่นหอมของกาแฟที่อบอวลไปไกลทั่ว
ทั้งหุบเขา

?บ่อยครั้งที่มีคนตามกลิ่นหอมของกาแฟมา เพื่อถามซื้อกันถึงโรงคั่วกาแฟประจำหมู่บ้าน  รวมทั้งคอกาแฟหลายคนที่
ติดใจในรสชาติและกลิ่นหอมก็มักจะแวะเวียนกลับมาเยี่ยมเสมอ? พรมมินทร์กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับกรอก
เมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ บรรจุใส่ถุง พร้อมติดฉลากบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบไว้อย่างเรียบง่าย



เมล็ดกาแฟอาราบิก้าปลอดสารพิษจากบ้านแม่กำปอง
บรรจุขายที่ 250 กรัม ราคา 80 บาท
หรือถุงละ 500 กรัม ราคา150 บาท
ได้กลายเป็นของฝากจากเชียงใหม่ที่ใคร ๆต่างก็ถามหาไปแล้ว ต้องปรบมือให้กับชุมชนสร้าง
สรรค์แห่งนี้และสมาชิกทุกคนที่ร่วมกันผลักดันด้วย

บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 08, 2009, 05:21:28 PM »



สายหมอกและสายฝน ผืนป่าที่ปกคลุมหมู่บ้านที่มีเส้นทางเล็กๆคตเคี้ยวนำเราเข้ายังหมู่...บ้านแม่กำปอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 09, 2009, 12:41:18 AM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 08, 2009, 05:22:52 PM »



อากาศที่เย็นสบาย ลำธารเล็กๆที่ไหลผ่านหน้าบ้าน...ช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 09, 2009, 12:42:21 AM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 08, 2009, 05:29:09 PM »



น้ำตกแม่กำปอง ร่มรื่นมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีความสูงถึง 7 ชั้นด้วยกัน บนชั้นที่ 7 มีแอ่งน้ำสามารถลงเล่นน้ำได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 09, 2009, 12:43:17 AM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 09:21:35 AM »



ภาพ...ยืมจากflickrโดยการเสาะหาของลุงเรด

ห้องกาแฟเช้านี้ เอาเรื่องเบาๆๆมาเล่าให้ฟังอ่านมาจากเนทอีกเหมือนกัน

ทำนายทายทัก : ฝันแล้วจะเป็นไฉน

"ซิกมันต์ ฟรอยด์" นักจิตวิทยาชื่อดังเอ่ยไว้ว่า "ความฝัน เกิดจากความต้องการในจิตใต้สำนึกของคนเราที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองตอบ จึงถูกปลดปล่อยออกมาในภาพแห่งความฝัน" (ไม่รู้เหมือนกันว่า "ฝัน" ของคุณเมื่อคืนจะตีความหมายว่าอย่างไร)


ฝันว่าได้แหวน....
ให้นึกซะว่ามงคลฤกษ์แห่งการสละโสดได้มาถึงตัวคุณแล้ว (แต่ถ้าคุณแต่งงานแล้ว อีก 9 เดือนข้างหน้า รับรองว่าอุ้มเจ้าตัวเล็กแน่ๆ)

ฝันว่าปวดฟัน...เหลือทน...
เตือนให้ระวังอาจเกิดเรื่องยุ่งยากกับคนใกล้ชิดญาติสนิท มิตรสหายได้ ควรวางแผนป้องกันไว้ก่อน เตือนสติเรื่องอะไรกันได้ก็เตือนกันไป

ฝันว่าโกรธกันกับแฟน...
ยิ่งโกรธมากเค้าว่าก็ยิ่งรักกันมากเพื่อประคองความรักให้ยาวนานที่สุด ก็ควรจะโอนอ่อนผ่อนตามกันให้มากที่สุด

ฝันว่าได้แต่งงาน..อย่าเพิ่งดีใจ ท่านทายว่าจะเกิดปากเสียงกับคนรัก จึนถึงขั้นอาจต้องแยกทางหรือไม่ก็ต้องแบกภาระหนี้สินแทนครอบครัวภาระการงานกำลังยุ่งถึงที่สุด (ควรเลือกของมีคุณค่ามาบำรุงร่างการบ้าง)

ฝันว่าถูกมีดบาด..
โชคดีมาเยือนคุณแล้ว การเงิน การงานจะดีขึ้นลาภผลที่ตั้งใจทำมาจะประสบความสำเร็จในเร็ววันนี้

ฝันเห็นลูกธนูพุ่งตรงมาอย่างเร็ว...
เป็นช่วงเวลาที่คุณจะตัดสินชี้ขาดได้ว่าเพื่อนคนไหนจริงใจต่อคุณมากที่สุด ถ้าใช้วิจารณญาณอย่างดีที่สุดแล้วคุณจะได้เพื่อนแท้ ชนิดหาที่ไหนก็ไม่ได้เลยทีเดียว
[hr]

บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 09:30:12 AM »

กำลังรอทิดธรรมบุญ อุ่นใจ มาเปิดห้องทำนายทายทักด้วยลายมือ

ว่าอย่างไรครับลุงทิด ว่างหรือยัง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



ว่าแต่ว่าลุงทิดจะเห็นลายมือเราได้อย่างไรนิ
บางท่านบอกว่าใช้กล้องมือถือถ่ายมือแล้วส่งภาพมา
(ถ้าอยากได้สองมือพร้อมกัน จะเอามือไหนกดชัตเตอร์ฮิ)

บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 09:32:29 AM »

ฟรอยด์ คือ ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักค้นคว้าอัจฉริยะด้านศาสตร์ทางจิต (science of mind) และ ไอน์สไตน์ ก็คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักบุกเบิกอัจฉริยะด้านศาสตร์ทางฟิสิกส์ (Physics) ทั้งคู่เป็นบุคคลสำคัญร่วมสมัย เป็นเพื่อนต่างวัยที่ถูกคอและมีอะไรหลายอย่างคล้ายๆ กัน

       ฟรอยด์ เกิดที่เมือง ฟรายเบิร์ก แคว้นโมวาเรีย ออสเตรีย (แต่มักยืนยันเสมอว่าเกิดในเยอรมัน เมืองไรน์แลนด์ แคว้นโคโลญจ์) เมื่อปี 1856 ส่วน ไอน์สไตน์ เกิดที่เมือง อูล์ม เยอรมัน เมื่อปี 1879 อ่อนกว่าฟรอยด์ 23 ปี

      ฟรอยด์ เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยเวียนนา ไอน์สไตน์ เรียนจบฟิสิกส์จากซูริก โพลีเทคนิค สวิตเซอร์แลนด์

      ฟรอยด์ แต่งงานครั้งเดียวกับ มาร์ธา เบอร์เนย์ส มีบุตรด้วยกัน 6 คน เป็นชาย 3 และหญิง 3 คน ลูกสาวคนสุดท้อง แอนนา คนเดียวเท่านั้นที่เจริญรอยตามพ่อ

       ไอน์สไตน์ แต่งงาน 3 ครั้ง กับ มิเลวา แมริก มีบุตร 3 คน เป็นชายสองคนและเป็นหญิงหนึ่งคน เธอเป็นลูกเลี้ยงที่ติดมากับ มิเลวา ลูกเลี้ยงหญิงผู้นี้มีส่วนช่วยเก็บเอกสารส่วนตัวของไอน์สไตน์แอบไว้ได้ทั้งห มดคราวที่ถูกนาซีค้นบ้าน เมื่อปี 1932 ขณะนั้นไอน์สไตน์ได้รับเชิญไปสหรัฐอเมริกาและกะว่าจะกลับมาเยอรมันอีก เมื่อบ้านถูกค้นจึงไม่กลับและถือโอกาสลี้ภัยอยู่ที่นั่นเลย อย่างไรก็ดี ไอน์สไตน์ เคยถูกเชิญไปอเมริกาก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งเมื่อปี 1921 ในฐานะนักวิทยาศาสตร์และได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ในมหานครนิวยอร์ก

       ฟรอยด์ ได้รับเชิญไปสหรัฐอเมริกาครั้งหนึ่งโดยมหาวิทยาลัยคลาร์ค เมืองวอร์เชสเตอร์ แมสซาชูเซตต์ ในฐานะองค์ปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบยี่สิบปีของมหาวิทยาลัย เมื่อปี 1909 (สแตนลีย์ ฮอลล์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเป็นผู้สนใจงานจิตวิทยาของฟรอยด์อย่างยิ่ง และที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ช่วยเผยแพร่งานของฟรอยด์ให้เป็นที่รู้จักโดยกว ้างขวาง กระนั้นก็ดี ครั้งปี 1938 เยอรมันยึดเวียนนา เข้าค้นอพาร์ตเมนต์ 19 ถนนเบอร์กาสเซ่ ซึ่งเป็นทั้งบ้านพักและคลีนิคส่วนตัวของฟรอยด์ (ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์-ฟรอยด์ มิวเซียม) ทำให้รู้สึกว่าอยู่ในฐานะลำบาก แต่แทนที่จะลี้ภัยไปแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา ฟรอยด์เลือกลอนดอน (บ้านเลขที่ 20 ถนนมาเรสฟิลด์ การ์เดนส์ - ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์-ฟรอยด์ มิวเซียม) และเสียชีวิตที่นั่นในปลายปีรุ่งขึ้น

      ฟรอยด์ กับ ไอน์สไตน์ มีชีวิตที่คล้ายกันหลายด้าน นอกจากจะเป็นคนดังแห่งยุคในฐานะอัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์ ยังมีเชื้อสายยิวเหมือนกันด้วย อันนำไปสู่ "คนหัวอกเดียวกัน" เพราะถูกฮิตเลอร์ผู้นำเยอรมันสมัยนั้นหาทางขจัดและรุกรานไล่ล่าอย่างจริงจัง และนี่เป็นผลอีกทางหนึ่งทำให้ความเป็นมิตรระหว่างกันผูกพันแน่นแฟ้นมากขึ้น
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 09:33:06 AM »

ความจริงฟรอยด์ และ ไอน์สไตล์ เคยรู้จักกันมาก่อนในฐานะสมาชิกของสมาคม Gesellschaft fur positivische Philosophie ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 1912 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเบอร์ลิน เป็นสมาคมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหามนุษยชาติ ประกอบด้วยคนดังหลายคน เช่น เอิร์นท์ มาค, โจเซฟ นอปเปอร์, ออกัสต์ ฟอเรล ทั้งนี้ รวม ซิกมันด์ ฟรอยด์ และ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ด้วย ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งหนึ่งในห้วงปี 1927 อันเป็นปีที่ฟรอยด์ผ่าตัดมะเร็งที่กราม ขณะที่ฟรอยด์อายุ 70 ปี ส่วนไอน์สไตน์เพิ่งสี่สิบปลายๆ เท่านั้น เข้าใจว่าคงมาเยี่ยมเยือนกันอย่างน้อยก็ในฐานะคนสมาคมเดียวกัน

       ฟรอยด์ ชื่นชมไอน์สไตน์เป็นพิเศษ และเล่าให้แซนเดอร์ เฟอเรนซี (Sandor Ferenczi) เพื่อนสนิทรับรู้ไว้ในจดหมายที่เขียนถึง "ใช่เลย ฉันใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงคุยกับไอน์สไตน์ เขาเป็นคนร่าเริงอารมณ์ดี น่าไว้วางใจและน่าคบหาสมาคม กับมีความเข้าใจวิชาจิตวิทยาเท่าๆ กับที่ฉันเข้าใจวิชาฟิสิกส์ ดังนั้น เราจึงคุยกันได้ดีมาก" เช่นเดียวกับ ไอน์สไตน์ ก็ชื่นชม ฟรอยด์ ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะชื่นชมทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ซึ่งไอน์สไตน์ระบุว่า ยิ่งใหญ่แห่งยุค แต่อาจเข้าใจยาก แต่เขาเข้าใจได้ จากนั้นได้มีจดหมายถึงกันอีกมาก โดยเฉพาะจดหมายที่แสดงความเห็นของกันและกัน ในชื่อว่า วาย วอร์ - Why war ? อันเป็นจดหมายแสดงความเห็นระหว่างนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล และนักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ "ไอน์สไตน์-ฟรอยส์ สาส์นสมานมิตร" ประมาณนั้น

       อันมีสาระสำคัญอยู่ที่ ไอน์สไตน์ ตั้งคำถามกับ ฟรอยด์ มิตรผู้พี่ว่า ทำไมมนุษย์จึงทำสงครามเข่นฆ่า ก้าวร้าว ทำลายกัน จะมีทางทำให้มนุษย์เป็นอิสระจากสงครามเหี้ยมโหดได้หรือไม่ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าไอน์สไตน์ได้แรงจูงใจตั้งคำถามประเภทนี้มาจากการ ฮึกเหิมได้อำนาจการปกครองของพรรคนาซีในจุดที่ต้องกำจัดล้างเผ่าพันธุ์ชาวเยอ รมันเชื้อสายยิวในประเทศทั้งหมดอย่างโหดเหี้ยม !

        ฟรอยด์ ให้คำตอบ ไอน์สไตน์ เรื่องการหยุดความก้าวร้าวของสงครามก็คือ ต้องมีความร่วมมือกันของทุกชาติ เป็น สันนิบาตชาติ (The League of Nations) เป็นศาลฎีกาให้คำพิพากษาทุกคดีความขัดแย้งอันจะก่อสงคราม ถ้าองค์กรสันนิบาตชาติเข้มแข็งก็จะสามารถลดสงครามลงได้

        ส่วนอีกคำตอบของ ฟรอยด์ ในเรื่องของความก้าวร้าว เขาตอบว่า ความก้าวร้าว (ความชัง) เป็นขั้วหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ ความรัก (เป็นอารมณ์เดียวกันแต่อยู่คนละขั้ว) คนเราต้องมีอารมณ์ (รักและชัง - love and hate) เพราะจำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่ แต่ ฟรอยด์ ก็มิได้บอกว่าความก้าวร้าวเป็นอารมณ์แปรปรวนหรืออารมณ์โรคจิต (psychotic emotion) อย่างที่ไอน์สไตน์เรียกขานแต่ประการใด
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 09:34:47 AM »

อันว่าจดหมายโต้ตอบกันระหว่างนักฟิสิกส์และนักจิตวิทยา ประหนึ่งว่าเป็น สาส์นสมานมิตร ของบุคคลสำคัญคู่นี้ จำเดิมก็มิได้รับการเผยแพร่ ด้วยอยู่ภายใต้เงื่อนไขลิขสิทธิ์ระหว่างชาติที่ระบุว่า จดหมายเหล่านี้จะได้รับการเผยแพร่ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของจดหมายเสียชีวิตแล้ว 70 ปี (รวมทั้งผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ด้วย จดหมายเหล่านั้นเขียนเป็นภาษาเยอรมัน)

        ข่าวล่ามาเร็วก็คือ สาสน์สมานมิตร ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์ได้มีการเผยแพร่แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2002 โดยตีพิมพ์ในงานชุดสมบูรณ์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ - The Complete Works of Sigmund Freud. รู้กันว่าคำตอบเกี่ยวกับสงคราม ความรัก ความก้าวร้าว - โหดร้ายและเบื้องลึกจิตใจมนุษย์ในเชิงรายละเอียด ตามมุมมองของนักจิตวิทยาระดับโลกปรากฏในงานชุดสมบูรณ์นี้ด้วยทั้งหมด ดังระบุไว้ในจดหมายของ ลีออน สไตนิก เจ้าหน้าที่สันนิบาตชาติตอนหนึ่งที่เขียนถึง ไอน์สไตน์ ความว่า

        "...เมื่อผมไปเยี่ยมศาสตราจารย์ฟรอยด์ในเวียนนา ท่านขอร้องให้ผมขอบคุณสำหรับถ้อยคำให้กำลังใจและให้บอกคุณว่า ตัวท่านเองจะทำให้ดีที่สุดในการค้นคำตอบที่แหลมคมเพื่อการป้องกันสงคราม ท่านศาสตราจารย์บอกว่าท่านจะมีคำตอบเรียบร้อยราวต้นเดือนตุลาคมนี้..."

        นอกจากนั้น ลีออน สไตนิก ยังเพิ่มเติมว่า ฟรอยด์ สงสัยว่า อองรี บอนเนต์ ผู้อำนวยการสถาบันความร่วมมือ ร่วมปัญญา ในปารีส (Institute of Intellectual Co-operation) ต้องการจะพิมพ์คำตอบ (ปัญหาและการป้องกันสงคราม) ในเชิงลบของเขาด้วยหรือไม่ แต่ ไอน์สไตน์ บอกสไตนิกว่า หาก ฟรอยด์ ส่งคำตอบแล้ว ไม่ว่าจะมีสาระไปทางบวกหรือลบล้วนเป็นที่น่าสนใจแน่นอน และมีผลกระทบทางจิตวิทยาด้วย

      ทั้งหมดที่เล่ามาคือสัมพันธ์ฉันมิตรของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ 2 ท่าน ผู้มีอะไรๆ คล้ายกัน ท่านหนึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในศาสตร์แห่งจิตใจ และอีกท่านหนึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในศาสตร์แห่งฟิสิกส์

[hr]
ที่มา : เว็บไซด์การศึกษา เพื่อครู อาจารย์ และลูกหลานไทย
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: เมษายน 08, 2009, 07:57:15 PM »



ไปดื่มกาแฟ บนดอยแถวภาคเหนือกันดีไหม อากาศเย็นสบาย
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: เมษายน 10, 2009, 04:06:25 AM »

เช้านี้ดื่มกาแฟสดๆหอมกรุ่น พร้อมๆกับอ่านเรื่องตะวันลับที่ล้านช้าง
คัดมาจาก www.mekongstory.com/lanchang.php



ตะวันลับที่ล้านช้าง

บริเวณพื้นที่ราบสูงนี้ อย่างน้อย เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ 3 สาย แม่น้ำแยงซีเกียง แม่น้ำโขง แม่น้ำอิรวดี แม่น้ำสาละวิน

ถ้าภาวะโลกร้อนทำลายต้นน้ำ ลองวาดภาพธารแม่น้ำซึ่งโดดเด่นที่สุด ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งได้หดหายไปใน 1 ใน 10 แล้ว มีภาพปรากฎถ่ายไว้ มื่อ 10-15 ปีก่อน แล้วถ่ายวันนี้มันหดตัว ในอนาคตว่าจากนี้ไปอีก 12 ปี เป็นไปได้ว่าจะหายไปครึ่งหนึ่ง

พิจารณาจากที่ไปสำรวจขั้วโลกเหนือ มีสิทธิ์ว่าจากไปนี้ 25 ปีจะแห้งไปเลย ถ้าต้นน้ำแห้งผลกระทบจะหนักและรุนแรง ที่ผ่านมา 100-1,000 ปี ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ถึงขนาดนี้ ความเร่งร้อนของภูเขา เรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญเท่าเรื่อง ?ภาวะโลกร้อน? มาก่อน


ที่นี่ยังแสดงให้เห็นว่า น้ำจากทุกสายน้ำล้วนมาจากสายธารเดียวกัน สายธารของธรรมชาติ สายธารน้ำใจ และสายธารการอยู่ร่วมกัน เพราะว่าถ้าหากตอนใดตอนหนึ่งของแม่น้ำล้านช้าง หรือว่าแม่น้ำโขงเกิดภาวะเป็นมลพิษที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เป็นลักษณะมลพิษของการฝืนธรรมชาติ

ที่ริมแม่น้ำโขงนี้ ค่ำคืนนี้ มอง เห็นดวงจันทร์เต็มดวง อารมณ์คนละแบบ ดวงจันทร์ที่นี่มีภูเขาคั่นอยู่ และลอยเหนืออยุ่บนท้องฟ้า ดวงจันทร์สะท้อนอยู่ในแม่น้ำล้านช้าง กับเงาของพระจันทร์ที่แม่น้ำโขง ก็มีอารมณ์คนละแบบ ความโรแมนติกเหมือนกัน แต่ที่นี่ได้ยินเสียงของแม่น้ำล้านช้าง แม้ว่าดวงจันทร์จะแสดงถึงความอ่อนโยน แต่ความเชี่ยวกราดของแม่น้ำล้านช้างไม่ได้เบาบางลง

ผมเคยมองดูดวงจันทร์เต็มดวงที่หนองคายคืนนั้น เสียงแม่น้ำโขงไม่กระหน่ำดังขนาดนี้ แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือว่า ในยามค่ำคืนเราเห็นดวงจันทร์เต็มดวง ไม่ว่าจะเหนือแม่น้ำล้านช้างหรือแม่น้ำโขง เรารู้ว่าอารมณ์ของแม่น้ำสายเดียวกันนี้กลางวันกับกลางคืนแตกต่างกันสิ้น เชิง กลางวันเป็นอารมณ์ของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และไม่สนใจว่าใครจะมายับยั้งได้หรือไม่ แต่ผมมองออกไปแม่น้ำล้านช้างดวงจันทร์เต็มดวง กลางคืนความดุดันเบาบางลง อาจจะเป็นความรู้สึกของผมก็ได้ว่า เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงสาดแสงส่องลงมา

ดวงจันทร์ของที่นี่เหมือนจะบอกว่า แม่น้ำกลางวันกับกลางคืนคนละเรื่องเลย เพราะว่าโดยจิตวิญญาณของแม่น้ำ ถ้าแม่น้ำมีจิตใจก็จะบอกว่า แต่ละช่วงเวลาอารมณ์ก็ไม่เหมือนกัน เพราะว่ามนุษย์ที่มีความผูกพันเกี่ยวกับธรรมชาติแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่งนั้นขึ้นลงเร็ว ดุดัน อ่อนโยน ต่างกันหรือไม่อย่างไร หรือว่าแม่น้ำล้านช้างหรือแม่น้ำโขงสะท้อนอารมณ์ของคนที่อยู่ 2 ฝั่ง ทำให้ที่มองออกไปในยามค่ำคืนดวงจันทร์เต็มดวงนั้น มีความรู้สึกที่แตกต่างกัน มองที่ริมแม่น้ำโขง กับมองที่ริมฝั่งของทิเบตก็แตกต่างกัน

ถ้ามองดวงจันทร์เต็มดวงที่หนองคายริมแม่น้ำโขง กับมองดวงจันทร์เต็มดวงที่ริมแม่น้ำล้านช้างบางครั้งอารมณ์ไม่เหมือนกัน

คืนนี้ผมกลับคิดว่าดวงจันทร์ดวงเดียวกันนี่ล่ะให้สัญญาณที่แม่โขงและ ล้านช้างเหมือนกัน คือมีอารมณ์ศิลปิน มีความอ่อนโยน และสามารถจะโรแมนติคได้ไม่แพ้กับคุณมองดูดวงจันทร์เต็มดวงที่อื่นเลยครับ

แม่น้ำล้านช้าง ที่ทูข่าสูง 3,000 เมตรเหนือน้ำทะเล ยืนดูจากข้างบนดูเหมือนจะค่อยๆ ไหลอย่างเอือยเฉื่อย แต่หลอกตาครับจริงๆ แล้วมันเชี่ยวมากๆ โดยเฉพาะเวลาผ่านโค้งแล้วเลี้ยวอ้อมไปอีกโค้งหนึ่ง แล้วไปลงที่สันเขาที่สวยงาม เรามองไปเป็นเทือกเขาที่เขียวชะอุ่ม แต่ที่น่ากลัวคือความแรงของสายน้ำล้านช้างไปกระทบกับสองข้างทาง ในแง่ของการใช้เป็นการขนส่งคงทำไม่ได้ แต่การเพาะปลูกจะมีอยู่สองฝั่งอยู่ตลอดเวลา มองที่สูงเห็นความสวยงามของแม่น้ำล้านช้าง แต่พอลงไปใกล้ๆ เอามือไปสัมผัสเราจะรู้เลยว่าเชี่ยวกราดเหลือเกิน เหมือนกับสิ่งที่มองกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ในแง่ของธารน้ำก็เช่นเดียวกัน คืออย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะเห็นจากที่สูง เห็นจากที่ไกล ต้องลงไปสัมผัส ในที่นี้แปลว่าสัมผัสกับผู้คน สัมผัสกับความรู้สึกจริงๆ เท่านั้น



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 10, 2009, 04:19:16 AM โดย Guard » บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: เมษายน 10, 2009, 04:07:13 AM »

อย่าเพียงมองว่าคือสายน้ำธรรมดา ไม่ธรรมดาครับเพราะว่าทุกชีวิตที่อยู่สองฝั่งแม่น้ำล้านช้าง แม่น้ำโขง มีลึกกว่าที่คิดจริงๆ

จีนไม่ ?หยุดสร้างเขื่อน? เดินทางขึ้นเหนือต่อไปตามเส้นทาง แม่น้ำล้านช้างหรือแม่น้ำโขง ขึ้นไปตามไหล่เขา มองลงมาด้านล่าง แม่น้ำไหลจากภูเขารุนแรงมาก แน่นอนว่า เบื้องล่างมองเห็น ?โรงงานผลิตไฟฟ้า? เป็นระยะ ๆ ขนาดไม่ใหญ่มากนัก
ในขณะที่ถนนทุกเส้นทางมีการปรับปรุงและเร่งก่อสร้างขนานใหญ่ ทั้งจากแรงงานคนจำนวนมากและเครื่องจักรตลอดระยะทาง

คาดว่า อีกประมาณ 2 ปีไม่เกิน 5 เส้นทางที่ลึกลับไร้ผู้คนนี้ จะกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางที่ได้พัฒนามาจากเส้นทางโบราณ ?เส้นทางชา-ม้า? ที่ไปเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมหลัก ในการลำเลียง ?ชาจีน? ไปแลกเปลี่ยนกับ ?ม้าเทวดา? ใช้ทำสงคราม วันนี้ เส้นทางชา- ม้า นี้ กำลังเป็นถนนเศรษฐกิจใหม่จากเหนือมุ่งสู่ทางใต้ไปยังมณฑล ยูนาน พม่า ลาว ไทย เวียดนาม

เชื่อมต่อกันด้วย ?ถนน? เส้นทางสายไหมยุคใหม่ R3A ระหว่างการเดินทางที่นี่ ?ม้า? เริ่มหมดความสำคัญลงไปแล้ว สิ่งที่มาทดแทนม้าในการเดินทางก็คือ มอเตอร์ไซต์ เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นนวตกรรมยุคใหม่ที่ให้ความเร็วในการเดินทางและบรรทุกสินค้า คน แทนม้า

แต่ล่อ ยังคงเห็นอยู่เป็นระยะ ระหว่างทาง ต้องสะดุดลงที่หมู่บ้าน ? จีซิง? ชาวบ้านชนทิเบต อยู่ที่นี่มานับพันปีแล้ว จากหลักฐานที่พบในหมู่บ้าน วันนี้กำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความก้าวหน้าของการพัฒนา แหล่งน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านนี้ กำลังจะกลายเป็น ?พลังผลิตไฟฟ้า? ของชนชาติจีน มีเจ้าหน้าที่จีนกำลังสำรวจพื้นที่และสภาพของหินที่นี่ว่า จะมีความแข็งแกร่งพอที่จะสร้าง ?เขื่อน? ได้หรือไม่

ข่าวสารกระจายไปทั่วหมู่บ้าน แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังไม่มีการสอบถามความคิดเห็นชาวบ้าน แต่ชาวบ้านบอกว่า ต้องอพยพไปเพื่อสร้างเชื่อนในอีกไม่นานนี้ หมู่บ้านนี้ ปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวทิเบต องุ่น และที่สำคัญ มีเห็ดและสมุนไพรภูเขา ที่มีคุณค่าทางยา เป็นรายได้หลักเพราะราคาแพง ชาวบ้านไม่รู้จะต้องไปอยู่ที่ไหน เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยังคงก่อสร้างถนนและสำรวจต่อไป ท่ามกลางความ ?ตื่นตระหนก? ของชาวบ้าน ที่นอนไม่หลับมาเป็นแรมเดือนแล้ว
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: เมษายน 10, 2009, 04:08:08 AM »

    
จีนยังเร่งสร้างเขื่อน สร้างโรงไฟฟ้าต่อไป น่าสังเกตุว่า ทุกบ้านในหมู่บ้านที่ไปเยือนมีจานดาวเทียมรับสัญญาโทรทัศน์ มีกาต้มน้ำแบบพลังแสงอาทิตย์ และมีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนใหญ่เช่นเดียวกัน มองไปบนภูเขา ก็มีสายไฟฟ้า สายโทรเลขและเสาเชื่อมต่อสัญญานมือถือ ทั่วไปหมดทุกยอดเขาสูง ว่ากันว่า ไปที่ไหนในเมืองจีน ก็ใช้โทรศัพท์มือถือ ไปเมืองใหญ่ ๆ มีอินเตอร์เน็ท คาเฟ่ ในโรงแรมระดับ 5 ดาว มีอินเตอร์เน็ทบริการ ฟรี ถึงในห้องพัก การสื่อสารสมัยใหม่ทุกระบบนี้

ว่ากันว่า เป็นส่วนของยุทธศาสตร์ชาติด้วย สองวันมานี้ เดินทางตลอดไปขนานไปกับแม่น้ำล้านช้าง จนเกือบจะถึงเขตชายแดนทิเบตแล้ว จนมาถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อฟูซัน ตลอดเส้นทางช่วงนี้ ยังคงปรับปรุงถนนและงานก่อสร้างต่อไป หินจำนวนมาก ถูกนำมาก่อสร้างเป็นกำแพงถนนที่วนเวียนไปตามขุนเขาใหญ่

มีแม่น้ำล้านช้างอยู่ด้านล่างในหุบเหวของเขาสูงนี้ เส้นทางจึงยากลำบากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้เมื่อถึงเขตชายแดนทิเบตแล้ว ถนนจะขรุขระ ยากลำบาก อาหารการกินหายาก ต้องไปกินตามแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่เท่านั้น พื้นที่หนาวเย็นบนที่ราบสูงนี้ อาหารแพงและหายาก



บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: เมษายน 10, 2009, 04:10:22 AM »

ที่นี่ เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนเข้าเขตที่ราบสูงทิเบต ที่มีเพียงเส้นทางสายน้ำของแม่น้ำล้านช้างเป็นเขตแดนกั้นระหว่างดินแดนแผ่นดินใหญ่จีน
กับเขตปกครองตนเองทิเบต หมู่บ้านทิเบตเริ่มปรากฏขึ้นให้เป็นเป็นระยะ ที่ดินเริ่มมีการเพาะปลูกตามไหล่เขา ปรับเป็นท้องนาขั้นบันได

เป็นระยะแล้วแต่ว่าจะมีพื้นที่ราบให้ทำการเพาะปลูกได้ พื้นทีหลายแห่งเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ จามรี และวัว แพะ มีให้เห็นเป็นระยะๆ เท่าที่เห็นก่อนหนาวนี้ การเก็บเกี่ยวน่าจะสมบูรณ์ในปีนี้ แทบทุกบ้าน มีข้าวที่เกี่ยวและฟางเก็บไว้เต็มหลังคาบ้านเพื่อตากแดดจัดไว้ ให้เก็บเป็นอาหารได้ยาวนาน มองไปฝั่งทิเบต บ้านแต่ละหลัง ?ติดธงแดง? ของจีนไว้

นัยว่า แสดงถึงสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดระหว่างจีนกับทิเบตในช่วงนี้ อันเป็นผลจากเหตุจราจลในเมืองหลวง ลาซา เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา ในที่ทำการพรรคในเมือง ก็มีแผ่นผ้า ?ต่อต้านการแยกดินแดนจีน? ให้ปรากฏเห็นด้วยในวันต่อมา ว่าด้วยอาหารแล้ว การเดินทางครั้งนี้ ผิดคาด อาหารอุดมสมบูรณ์ตลอดระยะทาง และรสชาติ ก็มีร้านอาหารจีน อยู่ตลอดเส้นทาง เป็นชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่ทั่วไปในบริเวณนี้ แทนที่จะได้เห็นความยากลำบากและแพง กลับปรากฏว่า วันนี้ มีเนื้อหมู เนื้อไก่ ให้กินได้ในเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นเมืองผ่านของนักการค้าตั้งแต่สมัยโบราณ ผักก็สมบูรณ์น่ากิน ไก่ที่ว่านี้ เป็นไก่ที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับคนไทยคือ ?ไก่ดำ? นำมาต้มผัดกินกับข้าวได้อร่อยทีเดียว

คณะเดินทางบอกว่า มีไก่อย่างนี้ น่าจะทำเป็นต้มยำไก่ แบบไทย ๆ แต่น่าเสียดาย เครื่องเทศไม่พอที่จะทำได้และแม่ครัวสาวก็ไม่กล้าทำด้วย เลยอดกิน ?ต้มยำไก่? ในทิเบต คราวหน้า ถ้าได้มาให้เตรียม ?เครื่องต้มยำแห้ง?มาด้วย มาหา ?ไก่ดำ? ที่นี่ เพราะมีเลี้ยงอยู่ข้างหลังครัว ติดกับแม่น้ำโขงนี่เอง ออกจากหมู่บ้านนี้ ก็ผ่านออกชายแดนทิเบต มีด่านตรวจครบครัน หินถูกทุบ แดนร้อนจัด ลมเย็น คือบรรยากาศของสองข้างขุนเขาที่เดินทางต่อไป น้ำล้านช้างยังกระโจนต่อไปตามซอกเขา แก่งหิน หมุนวนไปพันตัวกลายเป็นคลื่น แสดงถึงความแรงของสายน้ำ

จนมาถึงทางแยกเชื่อมต่อกับมลฑลเสฉวนของจีน ที่เมือง ?มังคัง? ก่อนแยกไปเหนือแล้วมุ่งตรงไปยังเมืองหลวงทิเบต ?ลาซา? ได้ ที่นี่ห่างไกลจากทะเล มี ?บ่อเกลือ? อยู่ริมแม่น้ำล้านช้างด้วย แต่เกลือที่นี่ ไม่มีแร่ไอโอดีน ใช้ปรุงอาหารให้รสชาติเท่านั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์กับร่างกายเหมือนเกลือจากทะเล ที่เป็นสินค้า ?ทองคำ?ที่ชาวทิเบต ชาวที่ราบสูง ต้องการมาก นอกจากจะใช้ปรุงอาหารเป็นประโยชน์กับร่างกายแล้วยังเป็นอาหารของ ?จามรี? สัตว์เศรษฐกิจของที่นี่ด้วย ในช่วงนี้ มีแต่ภูเขา แสงแดดและความหนาวเย็น



บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: เมษายน 10, 2009, 04:11:52 AM »



การไล่ล่าขอบฟ้ายังคงดำเนินไป จากยอดเขาสูงไต่ระดับลงมาจากยอดเขาสูง ได้ยินเสียงน้ำรุนแรงกึกก้อง เสียงนี้ ทำให้การติดตามได้สัมผัสความจริงแล้ว จากระยะทางหลายวันที่ผ่านมา มองเห็นแต่สายน้ำล้านช้างอยู่เบื้องล่างของขุนเขาใหญ่ วันนี้ ได้สัมผัสแม่น้ำล้านช้างเป็นครั้งแรก

สัมผัสน้ำที่รุนแรงและเย็นเฉียบ เมื่อแรกได้แตะลำน้ำโขงในนามของแม่น้ำล้านช้าง ที่ถูกเรียกอยู่ที่นี่ นั่งบนโขดหิน มองแม่น้ำที่ไหลลงไปทางใต้ รุนแรงรวดเร็ว บนท้องถิ่น มีแสงเดือนอันอ่อนโยนบนท้องฟ้าอันมืดมิด พระจันทร์เต็มดวง

ในคืนนี้ คืนวันเพ็ญ วันลอยกระทง 15 ค่ำ เดือนสิบสอง นั่งมองน้ำที่ไหลผ่านไป ใจหวลคิดไปถึงบ้าน คิดถึงเทศกาลสงกานต์ที่เชียงรุ่ง สิบสองปันนา คิดถึงหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกของลาว คิดถึงน้ำตกลีผี น้ำตกคอนพระเพ็ง คิดถึงทะเลสาบเขมร คิดถึงสงครามเวียดนาม คิดถึงสงครามเขมร คิดถึงสงครามในลาว คิดถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ตาคลี โคราช อุบล อุดรและนครพนม ถึงคิดสะพานข้ามแม่น้ำโขง ท้ายสุดคิดถึง ปลาบึก และไฟพญานาค ริมโขง หนองคาย นั่งอยู่ริมน้ำ มองจันทร์วันเพ็ญ

ท่ามกลางเสียงของแม่น้ำที่ดังกึกก้องไปทั่วหมู่บ้านในหุบเขาสูง ลมหนาวเย็นพัดมา หนาว แสงจันทร์โผล่เหนือทิวเขาสูง แต่มีดาวกระพริบอยู่ริมฟากฟ้าอีกด้าน แสงจันทร์และแสงดาว สะท้อนลำน้ำ ระยิบระยับ เสียงนี้ น้ำนี้ ไหลผ่านไปไกล ตะวันลับไปแล้ว ดวงจันทร์โผล่ขึ้นมา เหนือลำน้ำโขงที่ทิเบต วันนี้ เสียงแม่น้ำดังสนั่น แต่ใครจะได้ยินเสียงของแม่น้ำโขงหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น หากธารน้ำแข็งลดลง ฤดูกาลโลกกำลังเปลี่ยนไป แม่โขงกำลังรอคำตอบจาก ?มนุษย์? วันนี้ ต้องเร่งการเดินทางตั้งแต่เช้าตรู เพื่อไประยะทางให้ได้ 200 กิโลเมตร หากต้องการผ่าน ?หุบขุนเขาใหญ่? ที่นี่ไป เพราะอาจถูกปิดเพื่อการก่อสร้าง โดยไม่รู้กำหนดเวลาหรืออาจเดินทางต่อไปไม่ได้อีกเลย หุบเขาใหญ่นี้ อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 4200 เมตร
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 28   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!