บ้้านดวงจันทร์ 1
กรกฎาคม 31, 2014, 08:18:17 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:       
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คลีนิคสุขภาพด้วยวิถีไทย  (อ่าน 3425 ครั้ง)
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มีนาคม 18, 2009, 09:27:44 AM »

จุดประสงค์ของการเปิดห้องนี้เพื่อการปรึกษาหารือกันเรื่องสุขภาพ

เป็นช่องทางให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพขอคำแนะนำปรึกษา จากแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน
เราจะนำคำถามไปหาคำตอบจากแพทย์ในสาขาต่าง ๆ มาช่วยให้คำอธิบายการดูแลตนเอง
จะเน้นการดูแล รักษาแบบช่วยเหลือตนเองเป็นเรื่องหลัก
เพราะนั่นหมายถึงเการใช้จ่ายเงินค่ารักษาที่น้อยกว่าที่ควรจะต้องจ่าย
ตามคำพุทธสุภาษิตที่ว่า " ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน "

ในวันนี้ เราเริ่มกันที่ ในหน้าร้อนนี้ เราจะดูแลตนเองกันอย่างไร เพื่อให้รู้สึกสบายตัว ไม่อบอ้าวร้อนจนเกินไป
ในเรื่องอาหาร ควรกินอาหารที่มีรสเย็น จืด และในทางแพทย์แผนไทย แนะนำให้ดื่มน้ำ ตรีผลา
น้ำตรีผลา เป็นน้ำที่มีส่วนผสมของ ผลไม้ 3 อย่าง คือ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม เป็นสมุนไพรที่ช่วยปรับธาตุให้สมดุลย์กับในฤดูนี้ค่ะ

หวังว่าห้องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมนะค่ะ
คำถามจะเขียนที่หน้าเวปนี้ หรือเป็นจดหมายน้อยก็ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 29, 2009, 10:44:15 AM โดย duang » บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 29, 2009, 11:01:03 AM »

มีคำถามมาว่า จะมีวิธีใดแก้เรื่องอาการสะอึกได้
อาการสะอึก เกิดจากลมเข้าไปอยู่ในหลอดอาหาร เข้าใจว่าจังหวะการหายใจกับการกลืนอาหารหรือน้ำลายไม่เป็นจังหวะ ทำให้ลมหลุดเข้าไปในหลอดอาหาร จึงเกิดอาการสะอึก บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย อันที่จริงก็ไม่มีอันตรายนัก แต่มันน่ารำราญ และหากอยู่ในวงอาหาร หรือวสงสนทนา ก็ทำให้เสียบุคคลิกภาพไป จะขอตอบไปตามประสบการณ์
ให้นั่งตัวตรง ก้มหน้าเล็กน้อย เอานิ้วหัวแม่มือซ้ายหรือขวาแล้วแต่ถนัดกดที่ตรงกลางระหว่างคิ้วทั้งสอง กดแช่ไว้สักพักพร้อม ๆกับกำหนดลมหายใจให้เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ หายใจให้ลึกๆ และค่อย ๆผ่อน ทำอย่างนี้สองสามครั้งก็จะหาย
บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2009, 11:11:37 AM »

               ข่าวเรื่องไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ที่กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้นั้น ปรากฏว่าข่าล่าสุด พบคนไข้ป่วยด้วยโรคนี้ในประเทศไทยแล้ว
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อย่างแน่นอน แม้ว่าทาง รัฐบาลจะตั้งหน่วยป้องกันไว้อย่างหนาแน่นก็ตาม ก็อยากให้พวกเราต้องช่วยตัวเองกันให้มาก
อันดับแรกเลยก็คือ สุขภาพส่วนตัว ต้องบำรุงดูแลให้เข้มแข็ง เพราะถ้าร่างกายแข็งแรงไว้แล้ว โรคภัยที่เข้ามาเบียดเบียนก็จะมีกำลังรุกรานเราได้น้อยลง อันดับต่ดมาก็คือ หลีกเลี่ยงการรับเชื้อเข้ามาสู่ร่างกายเรา เช่น หลีกเลี่ยงไปในที่แออัด ในที่มีคนหลายหลาย ที่มาจากในที่ต่าง ๆกัน  ซ฿งเราไม่อาจรู้ได้ว่า คนเหล่านั้นเขาได้เดินทางไปไหนมาไหนกันมาแล้วบ้าง จะได้รับเชื้อมาในร่างกายแล้วหรือยัง บางคนได้รับแล้ว แต่อาการยังไม่แสดงออกเป็นต้น ก็ให้ไปเท่าที่จำเป็น เพราะโรคนี้จะติดต่อได้ง่าย ๆคือ ทางอาการศหายใจ ดังนั้นการเข้าอยู่ในลิฟท์ ก็น่าระมัดระวังด้วย
ถ้าไม่สูงนักก็ลองเปลี่ยนเป็ฯการเดินขึ้นบันได ก็ช่วยได้นะ

ด้วยความเป็นห่วงสุขภาพของเราทุกคน
หวังว่าองการอนามัยโรคของ ยูเอ็น คงจะพบหนทางการจัดการกับโรคนี้ได้ในเร็ววัน
หวังว่าการประชุมสาธารณสุข อาเซียนที่เพิ่งผ่านไปนี้ คงจะให้ปรธโยชน์ต่อสุขภาพของชาวอาเซียนอย่างเห็นผล
ไม่ใช่คุย ๆกันไปแล้วก็เงียบ ไม่มีอะไรออกมาเป็นรูปธรรม

ขอให้พวกเรารอดพ้นจากการเจ็บไข้ได้ป่วยทุกคน
แข็งแรง ๆ ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2009, 10:41:00 AM โดย duang » บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 08:42:18 AM »



?ชิคุนกุนยา? ไวรัสสายพันธ์ใหม่แพร่จากยุงลาย
ชี้ไม่มียารักษาแค่ประคับประคองตามอาการเท่านั้น

ระบาดอีกแล้ว!!! โรคที่มาพร้อมกับยุง.... เมื่อบอกอย่างนี้หลายคนคงนึกถึงโรคไข้เลือดออก  ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ไข้มาเลเรีย  ที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค แต่ที่น่าตกใจเพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้นแต่กลับมีโรคที่มีชื่อแปลกๆ ว่า ?ชิคุนกุยา? มาทำความรำคาญและแพร่ระบาดหนักอยู่ในภาคใต้ของประเทศเราอยู่
 
สถานการณ์ล่าสุด!!! หลังจากพบผู้ป่วยที่มีอาการเหมือนติดเชื้อไวรัสชิคุกุนยา ใน 2 จังหวัดภาคใต้ คือจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เร่งส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อหาทางยุติการแพร่ระบาดของโรคนี้
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 08:42:38 AM »

... เชื่อได้เลยว่าหลายคนยังคงไม่คุ้นหูกับโรคชิคุนกุนยา ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคอะไร?ฮืม บ้างก็แตกตื่นคิดว่าเป็นโรคสายพันธ์ใหม่ แต่จริงๆ แล้วโรคนี้มีมานานแล้ว โดยถิ่นกำเนิดแรกของมันอยู่ที่ทวีปอาฟริกา และแพร่ระบาดไปหลายประเทศๆ ทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็รวมประเทศไทยของเราด้วย ซึ่งตรวจพบโรคชิคุนกุนยาครั้งแรกพร้อมกับที่มีไข้เลือดออกระบาดและเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย
 
น.พ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาบอกถึงโรคดังกล่าวว่า ?ชิคุนกุนยา? เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ ซึ่งอาการที่เด่นชัดในผู้ใหญ่คืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ (migratory polyarthritis) อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก ที่อาจพบ tourniquet test ให้ผลบวก และจุดเลือดออก (petichiae) บริเวณผิวหนังได้
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 08:42:52 AM »

สาเหตุการติดต่อ!! โรคนี้ติดต่อกันได้โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลายเมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัดทำให้คนนั้นเกิดอาการของโรคได้
 
ระยะการฟักตัว!!!  โดยทั่วไปจะมีการฟักตัวประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน ระยะติดต่อคือระยะไข้สูงประมาณวันที่ 2-4 ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก สำหรับอาการและอาการแสดง ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย พบตาแดง แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว 
 
แม้อาการนำของโรคชิคุนกุนยา จะคล้ายโรคไข้เลือดออกหรือหัดเยอรมัน แต่ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อก หรือเลือดออกมาก โรคชิคุนกุนยาพบมากในฤดูฝน และทุกกลุ่มอายุ ซึ่งต่างจากโรคไข้เลือดออกและหัดเยอรมันที่มักพบในผู้อายุน้อยกว่า 15 ปี
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 08:43:16 AM »

ดูแล้วเหมือนมันอาจจะไม่ค่อยรุนแรงเหมือนโรคไข้เลือดออกสักเท่าไหร่ แต่ถึงแม้มันจะไม่สามารถคร่าชีวิตคนเราไปได้ แต่เราก็ควรที่จะระมัดระวังเอาไว้ โดยเฉพาะลูกเด็กเล็กแดงที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ง่าย อีกทั้งช่วงนี้ฝนตกบ่อยทำให้มีน้ำขัง เหมาะแก่การเจริญเติบโตของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคอีกด้วย
 
ส่วนวิธีป้องกันนั้น!!!  ถึงแม้ทุกวันนี้ยังไม่ยาหรือวัคซีนตัวใดที่ใช้รักษาได้โดยตรงทั้งโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา ดังนั้นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ถ้ามีไข้สูง ก็ให้ยาลดไข้ หรือลดอาการปวดข้อ และพักผ่อนให้เพียงพอก็สามารถบรรเทาอาการไปได้ แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันการแพร่พันธุ์ของยุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ต้องหมั่นตรวจดูที่เก็บกักน้ำ ไม่ว่าจะเป็น บ่อ กะละมัง เพราะเป็นแหล่งที่ยุงออกไข่ จึงจำเป็นต้องมีฝาปิด ที่ใดที่จำเป็นต้องมีน้ำขังอยู่ก็ให้ใส่ทรายอะเบทลงไปเพื่อป้องกันการวางไข่ และควรเลี้ยงปลาในอ่างที่ปลูกต้นไม้ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เพราะปลาจะกินลูกน้ำเป็นอาหาร
 
แต่นอกเหนือจากการป้องกันการแพร่พันธ์ของยุงแล้ว ตัวเราเองก็ต้องป้องกันตัวเราไม่ให้ถูกยุงกัดด้วย ควรติดมุ้งลวดในบ้าน หรือทายากันยุงขณะทำงานและออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดตอนกลางวัน และที่สำคัญต้องเฝ้าสังเกตคนในบ้านว่ามีไข้และอาการคล้ายกับโรคชิคุนกุนยาหรือไม่ หากมีก็ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
 
ถึงแม้ว่าวันนี้ โรคชิคุนกุนยาจะเป็นโรคใหม่ที่มีชื่อไม่คุ้นหูนัก แต่หากปล่อยให้แพร่ระบาดไปสู่วงกว้างอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจได้ ... วันนี้เพียงป้องกันยุงลาย นอกจากจะป้องกันไข้เลือดออกแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคชิคุนกุนยาได้ด้วยนะค่ะ

เรื่องโดย : ณัฐภัทร  ตุ้มภู่  Team Content  www.thaihealth.or.th
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 08:44:33 AM »



พาหะนำโรคไข้เลือดออก

ยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกเป็นแมลงจำพวกหนึ่งที่สำคัญมีอยู่ 2 ชนิด คือ ยุงลายบ้านและ ยุงลายสวน ยุงลายเป็นยุงที่มีขนาดปานกลาง วงจรชีวิตของยุงลายประกอบด้วยระยะต่างๆ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะไข่, ระยะตัวอ่อนหรือลูกน้ำ, ระยะดักแด้หรือตัวโม่ง, และ ระยะตัวเต็มวัยหรือตัวยุง ทั้ง 4 ระยะมีความ แตกต่างกันทั้งรูปร่างลักษณะและการดำรงชีวิต ลักษณะสำคัญทั่วไปของยุงลาย คือ
 
ระยะตัวเต็มวัย (ตัวยุง)
 
1. ร่างกายอ่อนนุ่ม เปราะบาง แบ่งเป็น 3 ส่วนแยกออกจากกันเห็นได้ชัดเจนคือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง ลำตัวยาวประมาณ 4-6 มม. มีเกล็ดสีดำสลับขาวตามลำตัวรวมทั้งส่วนหัวและส่วนอกด้วย
 
2. มีขา 6 ขาอยู่ที่ส่วนอก ขามีสีดำสลับขาวเป็นปล้องๆ ที่ขาหลังบริเวณปลายปล้องสุดท้ายมีสีขาวตลอด
 
3. มีปีกที่เห็นได้ชัดเจน 2 ปีกอยู่บริเวณส่วนอก ลักษณะของปีกบางใส มีเกล็ดเล็กๆบนเส้นปีก ลักษณะของเกล็ดแคบ ยาว บนขอบหลังของปีกมีเกล็ดเล็กๆเป็นชายครุย นอกจากนี้ที่ส่วนอกยังมีอวัยวะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวอยู่ใกล้กับปีก
 
4. มีปากยาวมาก ลักษณะปากเป็นแบบแทงดูด
 
5. เส้นหนวดประกอบด้วยปล้องสั้นๆ 14-15 ปล้อง ที่รอยต่อระหว่างปล้องมีขนขึ้นอยู่โดยรอบ ในยุงตัวผู้เส้นขนเหล่านี้ยาวมาก (ใช้รับคลื่นเสียงที่เกิดจากการขยับปีกของยุงตัวเมีย) มองดูคล้ายพู่ขนนก ส่วนในยุงตัวเมียเส้นขนที่รอยต่อระหว่างปล้องจะสั้นกว่าและมีจำนวนน้อยกว่า ลักษณะของหนวดยุงจึงใช้ในการจำแนกเพศของยุงได้ง่าย
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 759



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 08:45:19 AM »

ยุงลายบ้าน ยุงลายสวน
 
 
ระยะไข่
ไข่ยุงลายมีลักษณะรีคล้ายกระสวย เมื่อวางออกมาใหม่ๆจะมีสีขาวนวล ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและดำสนิทภายใน 24 ชั่วโมง
 
ระยะลูกน้ำ
ไม่มีขา ส่วนอกมีขนาดใหญ่กว่าส่วนหัว ส่วนท้องยาวเรียวประกอบด้วยปล้อง 10 ปล้อง มีท่อหายใจอยู่บนปล้องที่ 8 และมีกลุ่มขน 1 กลุ่มอยู่บนท่อหายใจนั้น
 
ระยะตัวโม่ง
ไม่มีขา มีอวัยวะสำหรับหายใจอยู่บนด้านหลัง (บริเวณที่เป็นส่วนหัวรวมกับส่วนอก)
 
 

ที่มา : สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข
บันทึกการเข้า

บ้านดวงจันทร์ www.duangjan.com ส่งวิทยุออนไลท์ทุกวัน 9.00-22.00 น.
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2009, 06:43:11 PM »

ฤดูนี ผลไม้บ้านเรา ออกมามากมาย หลายชนิด เงาะ มังคุด ทุเรียน มะม่วง มะไฟ กล้วย
วันอาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสไปเดินแถว ๆท่ามหาราช ซึ่งชาวสวน นนทบุรีจะเอาผลไม้ แผละผลผลิตจากชาวบ้านมาวางขายตามริมทาง ของกินบ้านเรา เยอะแยะเลย

พอออกมามาก ๆ ราคาก็ตกลง ขายก็ไม่ได้ราคา แม่ค้าบ่นกันอุบ ขายไม่ค่อยได้ เพราะของมาก แต่คนซื้อน้อย

เดินตลอดแนว ได้ของกินกลับบ้านจนหิ้วแทบไม่ไหว เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด
เช่น กล้วยน้ำว้างาม ๆ มะม่วงโชคอนันต์ลูกโต ๆ ราคาถูกมาก สละที่แกะเปลือกแล้ว บรรจุถุง ๆ ลุ 20 บาท
ห่อหมกปลาช่อน ห่อใบตองเบ้อเริ่ม ห่อละ 15 บาท ปลาดุกย่าง ตัวโต ตัวละ 20 บาท ขนมกล้วยแบบโบราณ ห่อใบตองทำแบน ๆ ไม่เคยเห็นมานานมากแล้ว เพิ่มมาพบที่นี่ 4ห่อ 10 บาท น้ำพริก ถุงละ 10 บาท เม็ดบัวที่แกะออกมาจากฝักบัวสด ๆ ขนุนที่แกะแล้วอีก 2 ถุง จำราคาไม่ได้
อ้อ...อีกอย่างที่อร่อยมาก คือมะม่วงกวน ตอนแรกขอลองชิมก่อน ปรากฏว่า ใช่เลย...มะม่วงกวนต้องรสชาด อมเปรี้ยว อมหวาน เพราะตอนเด็ก ๆ เคยช่วยยายทำและแอบกินไปด้วย เก็บไปด้วย เลยคุ้นกับรสชาดของมะม่วงกวนแบบโบราณ ที่จริงอยากซื้อมากกว่านี้อีก แต่หิ้วไม่ไหว

ที่เล่ามานี้ ก็ไม่มีอะไรหรอก...อยากให้พวกเราช่วยอุดหนุนสินค้าของคนไทย
กินของไทย ใช้ของไทย เงินไม่รั่วไหล หมุนเวียนอยู่ในบ้านเรา


วันก่อนนั่งกินในขณะที่ฟังคำบรรยาย มีคนมากระซิบว่า มะม่วงกวนนี้เอาไปต้มกับน้ำแล้วจะได้สารฮอร์โมนเอสโตรเจน จริงเท็จอย่างไร ก็ทดลองดูเอาเองนะเจ้าค่ะ...เพราะยังไม่ได้ลอง หรือค้นคว้าเพิ่มเติม

บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 30, 2009, 10:51:04 AM »

อาหารไทยเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทยที่หลาย ๆชาติพึงพอใจทั้งรสชาติ สีสัน และคุณค่าทางโภชนาการ ความหลายหลายของแต่ละภูมิภาค การนำผักพื้นบ้านที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นตามฤดูกาลมาปรุงเป็นอาหารที่หลากรส นับได้ว่าเป้นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของไทย นกจากคำว่าสยามเมืองยิ้ม

ตามทฤฏฎีการแพทย์แผนไทย การรับประทานอาหารเน้นการปรับสมดุลของธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งในทางการแพทย์แผนไทยกล่าวว่า การเจ็บป่วย เกิดจากความไม่สมดุลของธาตุทั้ง 4 ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตลอดจนพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องที่จะก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้เข่นเดียวกัน

ดังนั้นการดูแลสุขภาพก็คือการปรับความสมดุลของธาตุ จะด้วยอาหาร ยา หรือการละเว้นอาหารที่ไม่เหมาะกับธาตุของตัวเอง ตลอดจนถึงการรับประทานอาหารแต่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป

อันที่จริงอาหารที่เรารับประทานที่ประกอบด้วยสมุนไพร ผักพื้นบ้านนั้น นอกจากจะให้รสชาติที่ดีดีแล้ว ยังให้คุณค่าทางโภชนาการ เป็นการเพิ่มเส้นใยช่วยในการระบาย และมีคุณค่าทางยารักษาโรคอีกด้วย

เป็นที่น่าเสียดาที่คนไทยกลับไม่ให้ความสนใจอาหารไทยเท่าที่ควร หันไปนิยมอาการจานด่วนหรือที่เรียกว่าอาหารขยะกันเป็นส่วนใหญ่ ที่เต็มไปด้วยแป้ง, น้ำตาล และไขมัน ทำให้ร่างการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น โรคอ้วน  โรคระบบทางเดินอาหาร โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบ จึงคิดว่าหาก เรามีการปรับเปลี่ยนพฟติกรรมบริโภค เลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ถูกวิธี ก็อาจจะเป็นทางหลีกเลี่ยงโรคภัยต่าง ๆได้ และเป็นการเพิ่มพูนความแข็งแรงให้กับร่างกาย

ใครมีเมนูอาหารไทยที่อร่อย ๆ ทำง่าย ๆ ที่พอจะเป็นอาหารเร่งด่วนได้บ้างช่วยแนะนำกันด้วยนะค่ะ
...สองสามวันก่อน ป้าได้กิน ก๋วยเตี๋ยวบก....มีแต่ผักสดทั้งชาม แต่ขอบอก....อร่อยมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2009, 10:59:27 AM โดย duang » บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 30, 2009, 07:29:55 PM »

หลักการเลือกรับประทานอาหารเพื่อปรับธาตุนั้น หากจะประยุกต์จากทฤษฎีการแพทย์แผนไทยมาให้สอดคล้องกับตำรับอาหารไทย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันการเกิดโรคแล้ว ควรเลือรับประทานตามลักษณะธาตุของตนเอง ซึ่งอาจจะแบ่งเป็นตามรสชาติของอาหารที่รับประทานดังนี้
     ธาตุดิน ควรรับประทานอาหาร   รสฝาด หวาน มัน เค็ม
     ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหาร   รสเปรี้ยว ขม
     ธาตุลม ควรรับประทานอาหาร   รสเผ็ด ร้อน
     ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหาร   รสขม เย็น จืด

ก่อนจะซื้อหาอาหารรับประทาน คิดสักนิดนะค่ะว่า เหมาะกับธาตุของเราหรือเปล่า จะช่วยให้ปลอดภัยจากโรคาพยาธิทั้งหลายได้โขทีเดียว
พุทธสุภาษิตเคยกล่าวไว้ว่า "ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน" ดังนั้น หากต้องการสุขภาพที่ดี ควรเริ่มจากตนเองเป็นผู้เลือกสิ่งที่ดีให้กับตนเอง
หรือเคยได้ยินกลอนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า " สุขภาพที่ดี ไม่มีขาย.........  ถ้าอยากได้ ต้องทำเอง "
บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
duang
Sr. Member
****
กระทู้: 261



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2009, 11:15:48 PM »

วันก่อนป้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวบก...
กะว่าจะขอกินอีก โทรไปหาน้อง...ที่ซื้อมาฝาก บอกว่าอยากได้กินอีก ซื้อที่ไหน
น้องตอบกลับมาทันทีเลยว่า...เสียใจค่ะ...วันนี้ไม่ได้ผ่านแปดริ้ว
ถ้าได้ไป..จะซื้อมาฝากอีก
แต่ก็ไม่แน่นะ..เพราะบางครั้งไปถึงก็ไม่มีของ..เพราะหมดแล้ว..ต้องแล้วแต่วาสนา
มีบุญก็ได้กิน...ไม่มีก็อดกิน...เพราะของเขาอร่อย..และขายดีจริง ๆ
ถามว่าร้านนี้อยู่ที่ไหน...
เสียงตอบมาตามสายว่า....อยู่ข้าง ๆวัดหลวงพ่อโสธร...

ใครได้ผ่านทาง..ลองแวะซื้อมากินดูเอง..แล้วจะรู้ถึงความอร่อย...ของน้ำซอสและผักสด ๆ กรอบๆ
เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีอีกเมนูหนึ่งค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 07, 2009, 11:22:47 PM โดย duang » บันทึกการเข้า

สั่งซื้อน้ำมังคุด และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงามได้ที่ คุณสมศรี 081 440 7442 somsri12@gmail.com
Rocky
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2009, 02:12:19 PM »

กลิ่นสนามหญ้าที่ตัดใหม่ ช่วยผ่อนคลายความเครียด และฟื้นฟูความจำ

    นักวิจัยค้นพบว่า กลิ่นสนามหญ้า ทำให้คนมีความสุขและผ่อนคลาย และสามารถหลีกเลี่ยงสภาวะจิตเสื่อมในวัยชรา

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า พวกเค้าได้พัฒนาน้ำหอมที่กลิ่นคล้ายกับหญ้าที่ตัดใหม่ ซึ่งจะช่วยคลายเครียด และช่วยฟื้นฟูความจำ
 
7 ปี จากการใช้เวลาในการวิจัย นักวิทย์ออสเตรเลียกล่าวว่า ?eau de mow? (คือ กลิ่นน้ำหอมหญ้าที่ตัดใหม่) มีผลโดยตรงกับสมองในส่วนของภาคอารมณ์และสมองส่วนความจำ

    ดร.Nick Lavidis นักประสาทวิทยา มหาวิทยาลัย ควีนสแลนด์ ได้ไอเดียการผลิตน้ำหอม ชื่อ ว่า ?Serenascent ? หลังจากไปเที่ยวป่าในอเมริกา เมื่อ 20ปีที่แล้ว
    เขากล่าวว่า ?ได้สูดกลิ่นหญ้าที่ถูกตัดใหม่ ในสวนสาธารณะ Yosemite 3 วัน มีความสุขราวกับ ได้มีวันหยุด สัก 3 เดือน?   ซึ่งฉันคิดว่าอาจรวมกับกลิ่นที่ขับออกมาจากต้นสน และพืชเขียวชอุ่มบริเวณนั้น รวมกับกลิ่นสนามหญ้าที่ตัดใหม่ด้วย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย  หลายปีต่อมา เพื่อนบ้านของฉันให้ความเห็นตอนที่เค้ามาหาฉันที่บ้านในช่วงกำลังตัดหญ้าใหม่ๆ ว่า ช่างเป็นกลิ่นที่มหัศจรรย์เหลือเกิน

    ดร. Lavidis กล่าวว่า กลิ่นหญ้านี้ ทำงานขึ้นอยู่กับสมอง ชื่อ amygdale(อไมกดาลา) และ hippocampus (ฮิปโปแคมพัส)   พื้นที่สมอง 2 ส่วนนี้ ควบคุมการตอบสนองของต่อมไร้ท่อ เกี่ยวข้องกับการ ปล่อยฮอร์โมน ความเครียด corticosteroids


มีความเครียด 2 ประเภท

    อันแรก เกิดขึ้นเมื่อคุณต้องการทำอะไรให้ดี อย่างที่ใจต้องการ เป็นความเครียดที่ส่งผลดีต่อชีวิตเป็นแรงกระตุ้นให้ขยัน รอบคอบ

    อันที่ 2 ความเครียดที่แย่ คือ ความเครียดเรื้อรัง ที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง เกิดภาวะหลงลืมง่าย และภูมิคุ้มกันโรคอ่อนแอ

    ความเครียดเรื้อรัง ยังทำให้ สมองส่วน hippocampus (ฮิปโปแคมพัส) เสียหาย โดยลดจำนวนการเชื่อมต่อของเซลล์สื่อสารลง ทำให้สูญเสียความทรงจำ

     โครงงานวิจัยของนักศึกษาในออสเตรเลีย พบว่า สัตว์จะชื่นชอบอยู่ในที่มีกลิ่นของสารที่ปลดปล่อยจากพืช เช่น ใบพืชที่ถูกตัดทิ้งใหม่ๆ และช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อ hippocampus






ข้อมูลจาก tamraidee
บันทึกการเข้า

เมื่อกล้าหักหาญน้ำใจมิตรแท้ ก็จงยืดอกรับการสูญเสียที่จะตามมา
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!